10 สถานที่เที่ยวโอซาก้ายอดนิยม

หากเราพูดถึงการไปท่องเที่ยวญี่ปุ่น หลายๆคนคงนึกถึงการได้ไปเที่ยวโอซาก้า เป็นอันดับแรกๆ แน่นอน เพราะที่นี่มีสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลายมากๆ ทั้งวัด สวนสนุก แหล่งช้อปปิ้ง ของอร่อย จึงทำให้ “โอซาก้า” เป็นแหล่งท่องเที่ยวในดวงใจของนักท่องเที่ยวมากมาย

“โอซาก้า” เป็นเมืองใหญ่ที่ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของโตเกียวประมาณ 400 กิโลเมตร โดยเป็นเมืองขึ้นชื่อของคันไซที่สามารถนั่งชินคันเซ็นจากโตเกียวมาถึงได้โดยใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมงเท่านั้น โดยมีแลนมาร์คสำคัญอย่าง ปราสาทโอซาก้า และแหล่งชอปปิ้งชื่อดังคือ ย่านโดทงโบริ (Dotonbori) และย่านชินไซบาชิ(Shinsaibashi) นอกจากนี้ยังมี สวนสนุกซึ่งดึงดูดนักท่องเทียวมากหน้าหลายตาอย่าง ยูนิเวอร์แซลสตูดิโอส์เจแปน (Universal Studio Japan หรือ USJ) อีกด้วย

เรียกได้ว่าโอซาก้าถือเป็นเมืองที่มีเสน่ห์ล้นเหลือ ไปครั้งแรกก็ว้าวว้าวแล้ว หรือจะไปอีกกี่ครั้งก็ไม่มีคำว่าเบื่อ เมื่อมาเยือนแล้วจะต้องตามเก็บที่เที่ยวที่ไหนบ้างนั้นตามมาชม “10 สถานที่เที่ยวโอซาก้ายอดนิยม” กันเลย รับรองว่าไปแล้วมีไปซ้ำอีกแน่นอนจ้าา

รีวิว 10 สถานที่เที่ยวในโอซาก้า ที่คุณไม่ควรพลาด

ปราสาทโอซาก้า (Osaka Castle)

Osaka Castle

ปราสาทโอซาก้า เป็นแลนด์มาร์กอันดับหนึ่งของเมืองโอซาก้าที่ไม่ว่าใครก็ต้องมาเยือนไม่อย่างนั้นเหมือนมาไม่ถึงเลยล่ะค่ะ ด้วยความยิ่งใหญ่อลังการของตัวปราสาทที่มีถึง 8 ชั้น ห้อมล้อมด้วยกำแพงหิน คูน้ำ ไปจนถึงสวนนิชิโนมารุ (Nishinomaru Garden) ที่ครอบคลุมพื้นที่ขนาดใหญ่ เต็มไปด้วยต้นซากุระ ซึ่งจะสวยงามมากเมื่อถึงฤดูใบไม้ผลิช่วงปลายเดือนมีนาคม

ภายในตัวปราสาท ชั้น 1 เป็นทางเข้าพิพิธภัณฑ์ และร้านขายของที่ระลึก, ตั้งแต่ชั้น 2 ไปจนถึงชั้น 7 เป็นส่วนของพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับยุคสมัยของโตโยโทมิ ฮิเดะโยชิ ผู้ก่อสร้างปราสาทโอซาก้า สิ่งของที่จัดแสดงในพิพิธภัณ์นั้นมีทั้งโมเดลจำลองตอนฟื้นฟูปราสาทโอซาก้า, ชุดเกราะ, ดาบ และหุ่นจำลอง สิ่งที่จะนำมาจัดแสดงจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับช่วงเวลา มีทั้งการจัดนิทรรศการพิเศษและนิทรรศการในหัวเรื่องต่างๆ, ชั้น 8 เป็นจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นเมืองโอซาก้าและปราสาทโอซาก้าได้รอบด้านจากความสูงเหนือพื้นดินที่ 50 เมตร นอกจากนั้น บริเวณตัวปราสาทยังมีการเปิดไฟไลท์อัพทุกวันหลังพระอาทิตย์ตกไปจนถึงเวลา 23:00 ด้วย จึงสามารถชมตัวปราสาทที่ทอประกายเป็นสีขาวได้จากระยะใกล้

หากต้องการจะมาที่ปราสาทก็สามารถมาได้ง่ายที่สุดด้วยวิธีการนั่งรถไฟใต้ดินหรือ JR มาลงสถานี Morinomiya เดินเท้าอีกเพียงไม่นานก็ถึงแล้วค่ะ แนะนำให้มาช่วงเช้าๆนะคะ เพราะคนยังไม่เยอะมากนัก จะได้เดินเที่ยวได้นานๆไม่ต้องเบียดเสียดหรือหามุมถ่ายรูปสวยๆยาก แถมจะได้เดินทอดน่องเพลินๆบริเวณสวนรอบๆปราสาทได้แบบไม่เร่งรีบ

Osaka Castle

ปราสาทโอซาก้า

ค่าเข้าชม และเวลาทำการ

  • ค่าเข้าชม: ผู้ใหญ่ 600 เยน เด็กนักเรียนต่ำกว่าชั้นมัธยมต้น ฟรี
  • เวลาเปิด-ปิด: 9:00 – 17:00 น.
  • วันปิดทำการ: 28 ธันวาคม – 1 มกราคม

การเดินทาง

  • สถานี Tanimachiyonchome รถไฟใต้ดินสาย Tanimachi Line (Exit 1-B)
  • สถานี Temmabashi รถไฟใต้ดินสาย Tanimachi Line (Exit 3)
  • สถานี Osaka Business Park รถไฟใต้ดินสาย Nagahoritsurumiryokuchi Line (Exit 1)
  • สถานี Morinomiya รถไฟใต้ดินสาย Nagahoritsurumiryokuchi Line (Exit 3-B) หรือรถไฟสาย JR Osaka Loop Line
  • สถานี Osakajokoen รถไฟสาย JR Osaka Loop Line

ปราสาทโอซาก้า

ยูนิเวอร์แซลสตูดิโอส์เจแปน (Universal Studio Japan หรือ USJ)

Universal Studio Japan

Universal Studio Japan นี่แทบจะเป็นสวนสนุกในฝันของใครหลายๆคน ซึ่งเหมาะกับทุกเพศทุกวัยเลยจริงๆ ไม่ว่าจะมาเป็นครอบครัว คู่รัก หรือกลุ่มเพื่อก็มาได้หมด สวนสนุกแห่งนี้เรียกได้ว่ายิ่งใหม่มากที่สุดแห่งหนึ่งของเอเชียเลยกว่าได้ ที่นี้มีโซนให้เล่นมากมายเช่น โซน The Wizarding World of Harry Potter ซึ่งเป็นโซนยอดฮิตของเหล่าสาวกพ่อมดแม่มด, โซน Minions Park ที่เหล่าสาวกเจ้า MINIONS ตัวเหลือจอมซนจะต้องถูกใจ, โซน The Amazing Adventures of SpiderMan เหล่าสาวก SpiderMan จะได้สนุกตื่นตาตื่นใจ ไปกับเครื่องเล่น The Ride 4K3D และอีกหลากหลายโซนให้สนุกกัน

เราแนะนำว่าให้ใช้เวลาแบบเต็มวันกับที่นี้ไปเลย ที่สำคัญซื้อ Express Pass มาจะดีที่สุดไม่งั้นต้องรอคิวนานมากกกก สำหรับโซนยอดนิยม จนอาจหมดสนุกง่ายๆ นอกจากจะมีโซนต่างๆมากถึง 15 โซน พร้อมเครื่องเล่นสนุกๆ สุดมันส์แล้ว ยังมีขบวนพาเรดสุดอลังมาให้ดูกันแบบจุใจอีกด้วย

ตั๋วเข้าสวนสนุก USJ และ Express Pass คืออะไร ซื้อที่ไหนดี?

หากต้องการไปเที่ยวที่ USJ เราแนะนำให้ซื้อตั๋ว ล่วงหน้ากันไป เพราะในแต่ละวันมีจำนวนนักท่องเที่ยวไปเที่ยวชมที่นี่เยอะมากจริง ๆ การซื้อตั๋วล่วงหน้าไปนอกจากจะทำให้อุ่นใจว่ามีตั๋วเข้าชมแล้ว ก็ยังจะประหยัดเวลาในการไปยืนรอต่อคิวซื้อตั๋วที่บูธด้านหน้าของยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ เจแปน และราคาถูกกว่าซื้อหน้า USJ ด้วยจ้า

นอกจากนี้ยังมี Express Pass บัตรที่ช่วยให้คุณสามารถเลือกไปเล่นเครื่องเล่นได้หลายตัวตามความต้องการโดยไม่ต้องต่อคิว (บอกเลยว่าถ้าอยากเล่นเครื่องเล่นต้องซื้อ เพราะต่อคิวนานมากกกกก)

บัตรกิจกรรมเกือบทุกอย่างที่เราใช้นั้นซื้อมาจาก KLOOK เกือบทั้งนั้น เพราะมันง่าย และสะดวกรวดเร็วสุด ๆ ทุกอย่างทำได้ผ่านแอพในมือถือ ตั้งแต่การซื้อและการใช้เวาเชอร์และบัตรต่างๆ และที่แจ่มว้าวของ KLOOK คือเค้ามีตัวเลือกเยอะมาก ช่วยให้เราประหยัดเวลาไปได้เยอะจริงๆ

Universal Studio Japan

ค่าเข้าชม และเวลาทำการ

การเดินทาง

  •  มาจาก Osaka Station: ให้นั่งรถไฟสาย JR Osaka Loop Line ไปลงที่สถานี Nishikujo Station แล้วต่อรถไฟสาย JR Yumesaki Line ไปลงที่สถานี Universal City Station
  • มาจากสนามบินนานาชาติคันไซ: ให้นั่งรถไฟฟ้าสาย JR Hanwa Line * Kansai International Airport Express Line ไปลงที่สถานี Nishikujo Station แล้วต่อรถไฟสาย JR Yumesaki Line ไปลงที่สถานี Universal City Station
  • มาจาก JR-Namba Station: ให้นั่งรถไฟฟ้าสาย JR Yamatoji Line ไปลงที่สถานี Imamiya Station แล้วต่อสาย JR Osaka Loop Line ไปลงที่สถานี Nishikujo Station จากนั้นก็ต่อรถไฟสาย JR Yumesaki Line ไปลงที่สถานี Universal City Station
  • มาจาก Osaka-Namba Station: ก็ให้นั่งสาย Hanshin-Namba Line ไปลงที่สถานี Nishikujo Station แล้วก็ต่อรถไฟสาย JR Yumesaki Line ไปลงที่สถานี Universal City Station

Universal Studio Japan 3

ย่านนัมบะ(Namba) และนัมบะวอล์ค (Namba walk)

นัมบะ (Namba) ถือได้ว่าเป็นย่านศูนย์กลางแห่งหนึ่งของเมืองโอซาก้า ไม่แพ้ย่าน อูเมะดะ (Umeda) เพราะในย่านนี้จะเต็มไปด้วยร้านอาหาร แหล่งบันเทิง ร้านค้าช้อปปิ้งต่างๆ มากมาย ให้ทุกคนได้เลือกแวะเลือกชมกันหน้ามืดตามัวเลยทีเดียว รวมถึงการถ่ายรูปกับป้ายยอดฮิตนั้นคือ ป้ายกูลิโกะ ด้วย นัมบะ เป็นแหล่งบันเทิง จุดต่อรถไฟ ย่านท่องเที่ยว และ ย่านชอปปิ้งที่สำคัญในโอซาก้า อยู่ใกล้กับสถานี Namba หรือ ทางด้านทิศใต้ของ Osaka Loop Line ย่านนี้มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่ามินามิ
สำหรับย่านชอปปิ้งในนัมบะที่โด่งดังคือ

  • นัมบะ วอล์ค (Namba walk) อยู่ชั้นใต้ดินเชื่อมต่อกับสถานีรถไฟนัมบะ รูปแบบจะคล้ายห้าง มีร้านค้าหลายร้าน ติดแอร์
  • โดทงโบริ (Dotonbori) บริเวณริมคลองโดทงโบริ แหล่งรวมความบันเทิง ร้านอาหาร ร้านค้า ร้านชอปปิ้ง จุดเด่นคือ ป้าย Glico
  • ย่านชินไซบาชิ (Shinsaibashi) เป็นทางเดินมีหลังคา ยาว 600 เมตร มีร้านค้าอยู่ 2 ฝั่ง แหล่งชอปปิ้งสุดฮิต มีทั้งร้านยา ร้านแบรนด์เนมยอดนิยม และอีกหลากหลายร้าน
  • นิปปอนบาชิ (Nipponbashi) หรือ เดน เดน ทาวน์ (Den Den Town) อยู่ทางด้านทิศเหนือของสถานี Ebisucho แหล่งรวมเครื่องใช้ไฟฟ้า ของเล่น โมเดล ฟิกเกอร์ ถ้าเปรียบกับโตเกียว ย่านนี้ก็เหมือน Akihabara

นัมบะ วอล์ค (Namba walk) อยู่ชั้นใต้ดินเชื่อมต่อกับสถานีรถไฟนัมบะ รูปแบบจะคล้ายห้าง มีทั้งร้านอาหาร และร้านค้าเพื่อช้อปปิ้ง ทอดยาวตลอดสายซึ่งตั้งอยู่ใต้ดินของย่านนัมบะ อีกทั้งนัมบะวอร์ค ยังเป็นเส้นทางเดินที่สามารถเดินเชื่อมสถานีรถไฟของนัมบะที่มีอยู่ 4 สถานีได้ทุกสถานี ส่วนใครที่จะมาเดินซื้อของหรือรับประทานอาหารก็พยายามให้มาก่อน 2 ทุ่ม เพราะร้านค้าใน Namba-Walk จะเริ่มทยอยปิดร้านกันแล้ว หากใครเป็นแฟนค่าย “Studio Ghibli“ ต้องไม่พลาด ร้าน “Donguri KyowaKoku” สาขานัมบะ ซึ่งเป็นสินค้าจากค่าย Studio Ghibli ของแท้ถูกลิขสิทธิ์ หรือหากใครเป็นสายรักการเล่นปาจิงโกะ, คีบตุ๊กตา เราขอแนะนำ ร้าน ROUND1 STADIUM Sennichimae (ร้านอยู่ข้างบน นัมบะ วอล์ค นะจ้ะ) รับรองว่าได้ตุ๊กตาติดไม้ติดมือกลับไทยแน่นอน

ค่าเข้าชม และเวลาทำการ

  • เปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าไปเดินเล่นได้ตลอดเวลา แต่ร้านค้า และแหล่งบันเทิงต่างๆ จะมีช่วงเวลาเปิดปิดที่แตกต่างกันไป (ส่วนใหญ่ปิด 2 ทุ่ม)

การเดินทาง

  • จากสนามบินคันไซ
    – รถบัส จากสนามบินให้เดินไปขึ้นรถบัสที่ Kansai-Airport Station เพื่อขึ้นรถที่ป้ายรอรถบัสหมายเลข 5 เลือกคันที่ไป Osaka Station City ระยะทางประมาณ 50 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 52 นาที
    – รถไฟ จากสนามบินให้เดินไปขึ้นรถไฟที่ Kansai-Airport Station เลือกรถไฟสาย Kansaikuko Line แล้วลงที่สถานี Umeda Station ตัวสถานีจะอยู่ใน Osaka Station City
  • จากตัวเมือง
    – รถไฟ จาก Osaka Station City ให้ขึ้นรถไฟสาย Midosuji Line ที่สถานี Umeda Station (M16) เพื่อไปลงที่สถานี Namba (M20) ออกทาง exit 14 ระยะประมาณ 5 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 17 นาที แล้วเดินไปอีกประมาณ 400 เมตรก็จะถึงย่านโดทงโบริ
    – นั่ง Subway ไปลงที่ Nippombashi ออกทาง exit 2
    – นั่งJR ลงสถานี JR Namba แล้วเดินตามป้าย Namba walk แล้วออกตรงทางออกถนน Mido-Suji

ย่านโดทงโบริ (Dotonbori)

Dotonbori

หนึ่งในสถานบันเทิงยามค่ำคืนที่โด่งดังมากที่สุดของโอซาก้าเลยก็ว่าได้ค่ะ ถ้าอยากจะมาหาของกินยอดฮิตต้องมาแถวนี้ให้ได้ เพราะส่วนนี้นับว่าเป็นแหล่งรวมร้านอาหารมากมายที่เปิดให้บริการ 24 ชั่วโมง เรียกว่าคึกคักได้ตลอดทั้งวันทั้งคืนประหนึ่งเซเว่นบ้านเราเลย โดยตัวถนนแห่งนี้จะเลียบริมคลองโดทงโบริ และยังมีทั้งร้านค้า และแหล่งบันเทิงอีกมากมาย ในช่วงกลางคืนก็จะเปิดไฟประดับประดาสวยงามตามป้ายร้านค้าต่างๆ
ไฮไลด์ของย่านนี้คือ ป้ายนักวิ่งกูลิโกะ ที่ไม่ว่าใครไปโอซาก้าต้องไม่พลาดไปถ่ายรูปเช็คอิน และอีกหนึ่งไฮไลด์ที่ใครไปก็ต้องแวะไปทานกันคือ ร้านปูยักษ์ หรือ ร้านปูคานิโดราคุ (Kani Doraku) แม้ว่าราคาจะแพงไปสักหน่อย แต่ใครไปแนะนำว่าต้องแวะไปลองชิมสักครั้งนึงค่ะ และร้านทาโกยากิ KUKURU ร้านชื่อดังที่ต้องต่อคิวยาวมากกกก ถึงจะได้กิน และสำหรับนักชอปห้ามพลาดต้องที่นี้ “ร้านดองกิโฮเต้ สาขา โดทงโบริ” ซึ่งเป็นร้านขายของปลอดภาษีที่ใหญ่ที่สุดในย่านนี้ก็ว่าได้ หากได้หลงเข้าไปหล่ะก็ รับรองว่าออกมาเต็มสองมือแน่นอน

ค่าเข้าชม และเวลาทำการ

  • เปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าไปเดินเล่นได้ตลอดเวลา แต่ร้านค้า และแหล่งบันเทิงต่างๆ จะมีช่วงเวลาเปิดปิดที่แตกต่างกันไป

การเดินทาง

  • จากสนามบินคันไซ
    – รถบัส จากสนามบินให้เดินไปขึ้นรถบัสที่ Kansai-Airport Station เพื่อขึ้นรถที่ป้ายรอรถบัสหมายเลข 5 เลือกคันที่ไป Osaka Station City ระยะทางประมาณ 50 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 52 นาที
    – รถไฟ จากสนามบินให้เดินไปขึ้นรถไฟที่ Kansai-Airport Station เลือกรถไฟสาย Kansaikuko Line แล้วลงที่สถานี Umeda Station ตัวสถานีจะอยู่ใน Osaka Station City
  • จากตัวเมือง
    – รถไฟ จาก Osaka Station City ให้ขึ้นรถไฟสาย Midosuji Line ที่สถานี Umeda Station (M16) เพื่อไปลงที่สถานี Namba (M20) ออกทาง exit 14 ระยะประมาณ 5 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 17 นาที แล้วเดินไปอีกประมาณ 400 เมตรก็จะถึงย่านโดทงโบริ
    – นั่ง Subway ไปลงที่ Nippombashi ออกทาง exit 2
    – นั่งJR ลงสถานี JR Namba แล้วเดินตามป้าย Namba walk แล้วออกตรงทางออกถนน Mido-Suji

ย่านชินไซบาชิ (Shinsaibashi)

ชินไซบาชิ (Shinsaibashi) ตั้งอยู่ใกล้กับนัมบะและโดทงโบริ ย่านชินไซบาชิเป็นถนนสายช้อปปิ้งกึ่งอินดอร์ที่มีความยาวมากถึง 600 เมตร เต็มไปด้วยร้านค้าไม่ว่าจะเป็นร้านขายยา ร้านขายเครื่องสำอาง ร้านปลอดภาษี (Duty Free) ร้าน 100 เยน ร้านคาแรคเตอร์ต่างๆ ไปจนถึงร้านอาหารและคาเฟ่มากมายก็รวมตัวกันอยู่ที่นี่ เรียกได้ว่ามีทุกอย่างที่อยากได้จริงๆ ร้านค้าที่นิยมเช่น Unico,Daiso,ห้างไดมารุ (Daimaru),H&M, ZARA, ABC Mart, GU, Matsumoto Kiyoshi, 3COINS, Disney Store, Sanrio Gallery และร้านอื่นๆอีกมากมายให้นักชอปได้ชอปอย่างจุใจ หากมาที่นี้ที่เดียวได้ของครบแน่นอน แต่อาจจะต้องใจแข็งหน่อยนะคะ ไม่งั้นกระเป๋าตังค์อาจจะฉีกได้ เพราะมีร้านยั่วตังค์ในกระเป๋าเยอะมากจริงๆ

ค่าเข้าชม และเวลาทำการ

  • เปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าไปเดินเล่นได้ตลอดเวลา แต่ร้านค้า และแหล่งบันเทิงต่างๆ จะมีช่วงเวลาเปิดปิดที่แตกต่างกันไป

การเดินทาง

  • จากสนามบินคันไซ
    – รถบัส จากสนามบินให้เดินไปขึ้นรถบัสที่ Kansai-Airport Station เพื่อขึ้นรถที่ป้ายรอรถบัสหมายเลข 5 เลือกคันที่ไป Osaka Station City ระยะทางประมาณ 50 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 52 นาที
    – รถไฟ จากสนามบินให้เดินไปขึ้นรถไฟที่ Kansai-Airport Station เลือกรถไฟสาย Kansaikuko Line แล้วลงที่สถานี Umeda Station ตัวสถานีจะอยู่ใน Osaka Station City
  • จากตัวเมือง
    – รถไฟ จาก Osaka Station City ให้ขึ้นรถไฟสาย Midosuji Line ที่สถานี Umeda Station (M16) เพื่อไปลงที่สถานี Namba (M20) ออกทาง exit 14 ระยะประมาณ 5 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 17 นาที แล้วเดินไปอีกประมาณ 400 เมตรก็จะถึงย่านโดทงโบริ
    – นั่ง Subway ไปลงที่ Nippombashi ออกทาง exit 2
    – นั่งJR ลงสถานี JR Namba แล้วเดินตามป้าย Namba walk แล้วออกตรงทางออกถนน Mido-Suji

นิปปอนบาชิ (Nipponbashi) หรือ เดน เดน ทาวน์ (Den Den Town)

นิปปอนบาชิ (Nipponbashi) เดิมสมัยก่อนนั้นเป็นแหล่งขายเครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องเสียง อุปกรณ์ช่าง เครื่องยนต์ คอมพิวเตอร์ร้านของมือสอง และของเก่า แต่ในปัจจุบันนี้มีทั้งร้านเกม ร้านโมเดล ร้านมังงะ(การ์ตูน) และอนิเมะ ต่างๆให้เหล่าโอตะคุ ได้ชอปกันจุใจ ซึ่งหนึ่งในนั้นยังมีร้านยอดนิยม Super Kids land character เป็นร้านศูนย์รวมกันดั้ม กันพลาที่ใหญ่ที่สุดและร้าน Super Denden Land ร้านเครื่องใช้ไฟฟ้ามีมีสินค้าครบวงจรเช่น ยา ขนม ของฝาก สินค้าแบรนด์เนม อีกทั้งในทุกๆปีเดือนมีนาคมยังมีการจัดงาน Nipponbashi Street Festa ที่มีนักคอสเพลย์กว่า 300 แบบ โดยแต่ละปีจะมีผู้คนมาเที่ยวงานเกินกว่า 130,000 คน นิปปอนบาชิเดนเดนทาวน์จึงถือเป็นแหล่งของเล่นหรือเมืองโอตะคุที่ใหญ่ที่สุดในคันไซและมีคนมาเที่ยวมากมายไม่แพ้ย่าอากิฮาบาร่าโตเกียวเลยทีเดียว อีกทั้งของสะสมประเภทของแรร์ ของหายากทั้งหลายนั้นบางครั้งมาหาได้ที่นี่ในราคาถูกกว่าโตเกียวด้วย นั่นเลยทำให้นักสะสมหลายๆ คนที่หาของบางอย่างไม่ได้ที่โตเกียว จะแวะมาที่โอซาก้านั่นเอง

ค่าเข้าชม และเวลาทำการ

  • เปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าไปเดินเล่นได้ตลอดเวลา แต่ร้านค้า และแหล่งบันเทิงต่างๆ จะมีช่วงเวลาเปิดปิดที่แตกต่างกันไป

การเดินทาง

  • ในกรณีที่กำลังเดินเล่นอยู่ในย่านนัมบะ สามารถเดินมาถึงย่านนี้ได้เลย แต่ระยะทางประมาณ 800 เมตร
  • เดินทางมาจากสถานี Ebisucho จากสาย Sakaisuji (สีน้ำตาล) หรือ Hankai (สีเขียว) จะออกมายังทางใต้ของย่านนิปปอนบาชิ เดินขึ้นไปทางเหนือตามถนน Sakai-suji ประมาณ 300 เมตรก็จะถึง
  • มายังสถานี Nipponbashi จากสาย Sennichi-mae (สีชมพู) หรือ Sakaisuji (สีน้ำตาล) แล้วเดินลงมาทางทิศใต้ประมาณ 500 เมตร ก็จะถึงย่านนิปปอนบาชิ

ตึกอูเมดะ สกาย (Umeda Sky Building)

เรามาต่อกันด้วยจุดชมวิวสูงเหนือพื้น 170 เมตร ที่ทำให้เราสามารถมองเห็นทิวทัศน์ของโอซาก้าได้โดยรอบกันที่ ตึกอูเมดะ สกาย สถาปัตยกรรมสุดไฮเทค นอกจากจะมีจุดชมวิวชวนเสียวไส้แล้ว ที่นี่ยังมีร้านอาหารกลางฟ้าที่ชั้น 39 บอกเลยว่า โรแมนติกสุดๆ โซนอื่นๆ ของตึกก็จะเป็นทั้งโซนออฟฟิศ ร้านค้า โรงภาพยนตร์ ใครที่อยากมาชมวิวสวยๆ ของเมืองโอซาก้า แวะมาที่นี่ได้เลยจ้า

ค่าเข้าชม และเวลาทำการ

  • เวลาเปิด – ปิด : 10:00 – 22:30 น. เข้าชมรอบสุดท้าย 22:00 น.
  • ค่าเข้าชม : – ผู้ใหญ่ 800 เยน,
    – เด็ก (12-17 ปี) 500 เยน,
    – เด็ก (6-11 ปี) 300 เยน,
    – เด็ก (4-5 ปี) 100 เยน
    – ผู้มีบัตร Osaka Amazing Pass เข้าชมได้ฟรี

การเดินทาง

  • รถไฟใต้ดินสาย Midosuji Line, Hankyu Line ลงสถานี Umeda
  • รถไฟใต้ดินสาย Tanimachi Line ลงสถานี Higashi-Umeda
  • รถไฟใต้ดินสาย Yotsubashi Line ลงสถานี Nishi-Umeda

ศาลเจ้าสุมิโยชิ (Sumiyoshi Taisha)

ศาลเจ้าสุมิโยชิ

ศาลเจ้าสุมิโยชิ หนึ่งในศาลเจ้าที่มีความเก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่น และเป็นศาลเจ้าชื่อดังแห่งเมืองโอซาก้า ยิ่งในช่วงวันปีใหม่นั้นมีชาวเมืองจำนวนกว่า 2 ล้านเดินทางมาเพื่อภาวนาต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เรียกได้ว่าเป็นศาลเจ้าชินโตที่ผู้คนในโอซาก้าให้ความศรัทธามากที่สุดแห่งนี้ ภายในศาลเจ้ามีความสวยงาม มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแบบญี่ปุ่นโบราณเรียกว่าSumiyoshi zukuri  แลนด์มาร์คของที่นี่ก็คือ สะพานโค้งสีแดง Sorihashi Bridge ซึ่งเป็นจุดสวยๆ ในการเดินเที่ยวถ่ายรูปค่ะ ตรงจุดนี้เราจะเห็นภาพของสะพานแดงสะท้อนกับผิวน้ำอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีความเชื่อที่ว่า เมื่อเดินข้ามสะพานนี้แล้ว จะพบเจอแต่สิ่งที่เป็นมงคลกับชีวิตไปตลอดปีค่ะ

ศาลเจ้าสุมิโยชิ

ค่าเข้าชม และเวลาทำการ

  • ค่าเข้าชม : ไม่เสียค่าเข้า
  • เวลาทำการ : เดือนเมษายน ถึงกันยายน เปิด 06.00-17.00 น. / เดือนตุลาคมถึงเดือนมีนาคม เปิด 06.30-17.00 น.

การเดินทาง

  • รถไฟสาย Hankai Tramway ลงสถานี Sumiyoshikoen
  • รถไฟสาย Hankaidenki-Hankai Line ลงสถานี Sumiyoshi
  • รถไฟสาย Nankai ลงสถานี Sumiyoshitaisha

หมู่บ้านอเมริกันแห่งโอซาก้า (America Mura)

หมู่บ้านอเมริกา โอซาก้า สถานที่ท่องเที่ยวที่รวมความฮิปของเหล่าวัยรุ่นโอซาก้าไว้ในที่เดียวกันจ้า เป็นศูนย์กลางของแฟชั่นคล้าย ๆ กับชิบูย่าและฮาราจุกุของเมืองโตเกียว และเป็นเสมือนย่านเด็กแนวของเมืองโอซาก้านั่นเอง ซึ่งในสมัยเก่าก่อน หมู่บ้านอเมริกา เป็นโกดังขายสินค้า และเสื้อผ้ามือสองนำเข้าจากอเมริกา ภายในพื้นที่ของหมู่บ้านแห่งนี้มีสถาปัตยกรรมและการตกแต่งที่แสนมีเสน่ห์เหมาะกับการเดินเล่น และช้อปปิ้งซื้อเสื้อผ้าแฟชั่นเด็กแนว ทั้งมีร้านคาเฟ่ ร้านหนังสือ น่ารัก ๆ ที่น่าแวะไปเยี่ยมเยียน และยังมีร้านอาหารและขนมอร่อย ๆ อีกมากมาย เหมาะสำหรับจะไปเดินเล่นเพลิน ๆ กินบรรยากาศสุดฮิปแบบชาวโอซาก้าเป็นที่สุด

ค่าเข้าชม และเวลาทำการ

  • เวลาเปิด-ปิด : 10:00 – 20:00 น.

การเดินทาง

  • ลงสถานี Shinsaibashi โดยใช้ Subway Midosuji Line หรือ Nagahoritsurumiryokuchi ทางออกหมายเลข 14 เดิน 7 นาที
  • ลงสถานี Yotsubashi โดยใช้รถไฟสาย Subway Yotsubashi Line เดิน 3 นาที
  • ลงสถานี Namba โดยใช้รถไฟ Subway Midosuji Line หรือ Subway Yotsubashi Line หรือ Subway Sennichimae Line เดิน 7 นาที
  • ลงสถานี Osaka namba โดยใช้ Kintetsu Namba Line หรือ Hanshin Namba Line เดิน 7 นาที
  • ลงสถานี JR Namba โดยใช้ Kansai main line ของ West Japan railway (Yamatoji line) เดิน 8 นาที

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำไคยูคัง (Osaka Aquarium Kaiyukan)

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำไคยูคัง ตั้งอยู่ที่ Tempozan Harbor Village บริเวณอ่าวโอซาก้า เป็นสถานที่ซึ่งรวบรวมทั้งสัตว์น้ำ และสัตว์บก 30,000 ชีวิต ประมาณ 620 สายพันธุ์จากทั่วโลก และนำมาจัดแสดงในสภาพแวดล้อมที่อาศัยอยู่ตามธรรมชาติค่ะ อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวเหมาะจะมาเดินเล่นเพลิดเพลินกันทั้งครอบครัว อควาเรียมแห่งหนึ่งที่มีความยิ่งใหญ่ระดับโลก และถูกจัดเป็นอควาเรียมที่ดีที่สุดในประเทศญี่ปุ่นและเอเซียเลยนะ

ภายในพิพิธภัณฑ์แบ่งจัดแสดงเหล่าสิ่งมีชีวิตตามถิ่นที่อยู่ มีให้ชมถึง 15 ตู้ จัดแสดงให้ชมทั้งสัตว์น้ำ สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ สัตว์เลื้อยคลาน นก สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม สัตว์ไม่มีกระดูกรวมไปถึงพืชพันธุ์ต่าง ๆ มากถึง 30,000 ชีวิต ราว 620 สายพันธุ์ โดยจะจัดสิ่งมีชีวิตประเภทต่าง ๆ เอาไว้ร่วมกันแบบใกล้เคียงกับระบบนิเวศน์ในธรรมชาติมากที่สุด เราจึงจะได้เห็นสิ่งมีชีวิตมากมายอาศัยอยู่ในอควาเรียมแห่งนี้ภายใต้การจัดแสดงที่เสมือนจริง

ไฮไลท์ก็คือ โซน Pacific Ocean หรือบริเวณ Central Tank ตู้อควาเรียมที่ใหญ่ที่สุดซึ่งลึกกว่า 9 เมตร โดยมีฉลามวาฬขนาดยักษ์ว่ายวนเวียนอยู่ในตู้สร้างความตื่นเต้นให้กับนักท่องเที่ยว คนรักสัตว์ต้องห้ามพลาด ถ้ามาโอซาก้าอย่าลืมมาชมความงามของโลกใต้ท้องทะเล และชมความน่ารักของเหล่าสิ่งมีชีวิตที่ พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำไคยูคัง นี้กันนะ

ค่าเข้าชม และเวลาทำการ

  • เวลาทำการ 10.00-20.00 น.
  • ราคา – เด็กอายุต่ำกว่า 3 ปีฟรี
    – เด็ก 4-6 ปี 600 เยน
    – เด็กอายุ 7-15 ปี 1,200 เยน
    – ผู้ใหญ่ (16 ปีขึ้นไป) 2,300 เยน
    – และผู้สูงอายุ (60 ปีขึ้นไป) 2,000 เยน

การเดินทาง

  • นั่งรถไฟสาย Chuo line ลงที่สถานี Osakako แล้วเดินต่อประมาณ 11 นาที

จะเห็นได้ว่า Osaka มีสถานที่เที่ยวมากมาย ไม่ว่าจะไปเที่ยวหน้าร้อน หน้าหนาว หรือตอนใบไม้ร่วงก็ไปได้หมด ถ้ายังนึกไม่ออกว่าไปเที่ยว Osaka เดือนไหนดี ลองแวะไปดูบทความอื่นๆ ของเราได้นะคะ

บอกให้เพื่อนของคุณทราบ