7 ที่เที่ยวใกล้โตเกียว ที่เที่ยวสุดฮิตของนักเดินทาง

7 ที่เที่ยวใกล้โตเกียว ที่เที่ยวสุดฮิตของนักเดินทาง

หลายคนจัดทริปไปโตเกียวทั้งที ก็อยากเที่ยวให้คุ้ม เที่ยวในโตเกียวจนหมดแล้ว จะออกไปเที่ยวนอกเมืองแบบเช้า – เย็นกลับได้ไหม และจะไปที่ไหนดี? วันนี้เรามีคำตอบกับ 7 ที่เที่ยวใกล้โตเกียว ที่เที่ยวสุดฮิตของนักเดินทาง มาให้เป็นไอเดียกันค่ะ รับรองว่าเที่ยวแบบเช้าไปเย็นกลับ One Day Trip ได้แบบสบายๆ ใช้เวลาเดินทางไม่นานแน่นนอน

ฮาโกเน่ (Hakone)

ฮาโกเน่ (Hakone) อีกหนึ่งเมืองยอดฮิตที่ท็อปฟอร์มเรื่องวิวภูเขาไฟฟูจิแบบไม่เป็นสองรองคาวากุจิโกะและชิซึโอกะ โดยฮาโกเน่นั้นเป็นเมืองออนเซ็นชื่อดังของจังหวัดคานากาวะ (Kamakura) จังหวัดที่อยู่ติดกับโตเกียวแบบใกล้แค่เอื้อม การไปเที่ยวที่ฮาโกเน่ นี้ทำให้เราได้สัมผัสกับหลากหลายรสชาติของการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็น นั่งรถไฟ ไต่รถราง ขึ้นกระเช้า ล่องเรือโจรสลัด เรียกว่าเป็นทริปที่เหมาะสำหรับสายผจญภัยมากๆ นอกจากวิวฟูจิซังสุดอลังการให้ถ่ายรูปกันแบบจุใจแล้ว ยังสามารถนั่งกระเช้าขึ้น หุบเขานรก หรือ Owakudani ที่เป็นแหล่งแช่ออนเซนชื่อดัง ด้านบนหุบเขา Owakudani ยังมีไข่ดำอายุยืนให้กิน (ต้มด้วยน้ำแร่จากภูเขาไฟ) ว่ากันว่ากินไข่ต้มบนหุบเขานรกเพียง 1 ลูก จะทำให้อายุยืนขึ้น 7 ปีเลยทีเดียว! ตบท้ายด้วยการนั่งดูพระอาทิตย์ตกงามๆ ที่ทะเลสาบอะชิ (Lake Ashi) ที่นี้ถือเป็นเมืองตากอากาศชื่อดังของชาวโตเกียวก็ว่าได้

วิธีการเดินทาง

  1. นั่งรถไฟ Odakyu Line หรือชินคันเซ็น (กรณีที่มี JR Pass) จากสถานี Shinjuku ลงสถานี Odawara
  2. จากนั้นเปลี่ยนขบวนเป็น Hakone Tozan Railway for Hakone-Yumoto ลงสถานี Hakone-Yumoto ซึ่งนับเป็นจุดเริ่มต้นเส้นทางของการท่องเที่ยวเมืองฮาโกเนะ
  3. หลังจากนั้นต่อรถไฟ Hakone Tozan Railway for Gora ลงสถานี Gora ซึ่งจะเป็นเส้นทางที่ลัดเลาะไปบนภูเขา
  4. เปลี่ยนมานั่งรถรางไต่ภูเขา Hakone Tozan Cablecar ขึ้นไปยังสถานี Sounzan ซึ่งเป็นสถานีของกระเช้า Hakone Ropeway ขึ้นไปยังหุบเขานรกหรือ Owakudani ภูเขาไฟที่ยังคงปะทุ สถานที่ท่องเที่ยวจุดสำคัญของฮาโกเนะที่สามารถมองเห็นภูเขาไฟฟูจิได้นั่นเอง
  5. จากนั้นก็นั่งกระเช้า Hakone Ropeway ลงมายังสถานี Togendai เพื่อนั่งเรือโจรสลัดล่องทะเลสาบอาชิ
  6. นั่งรถบัสกลับสถานี Hakone-Yumoto หรือ Odawara เพื่อขึ้นรถไฟกลับโตเกียว

โยโกฮาม่า (Yokohama)

โยโกฮาม่า Yokohama

โยโกฮาม่า (Yokohama) เมืองท่าน่าเที่ยว ใกล้โตเกียวแค่นีสเดียว ใกล้จนหลายคนคิดว่าเป็นจังหวัดเดียวกัน เพราะใช้เวลาเดินทางจากโตเกียวไปแค่ครึ่งชั่วโมงเท่านั้น เป็นเมืองท่าที่สำคัญ รวมไปถึงเป็นเมืองที่มีประชากรอาศัยอยู่หนาแน่นไม่เป็นสองรองโตเกียวอีกด้วย แต่หลายมุมของโยโกฮาม่ามีความเงียบสงบมาก โดยเฉพาะ “Osanbashi Pier” หรือท่าเรือเก่าแก่ที่ถูกนำมารีโนเวทและออกแบบใหม่ให้กลายเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ และแลนด์มาร์กของเมืองโยโกฮาม่าคือ ตึก Yokohama Landmark Tower ซึ่งภายในตึกนี้จะมีทั้งร้านอาหาร ร้านกาแฟ โรงแรม 5 ดาว ห้างสรรพสินค้า คลีนิค ร้านขายของที่ระลึกและมีทีเด็ดอยู่ที่ Sky Gaden ที่จะเปิดให้ชมวิวได้ 360 องศาจนเห็นความสวยงามของอ่าวโยโกฮาม่าและทิวทัศน์ที่สวยงามของเมืองโยโกฮาม่า

โยโกฮาม่าไม่ได้มีดีแค่ระยะทางที่ใกล้กับโตเกียวเท่านั้น เพราะที่นี่ถือเป็นเมืองท่าเก่าแก่ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเมืองนี้รับอิทธิพลจากต่างชาติจึงทำให้บรรยากาศในเมืองโยโกฮาม่ามีเสน่ห์ที่แตกต่างไม่เหมือนใคร เพราะผสมผสานวัฒนธรรมของญี่ปุ่นและต่างชาติเอาไว้ด้วยกัน สถานที่เที่ยวที่น่าสนใจ เช่น

  • พิพิธภัณฑ์ราเมง (Shin Yokohama Ramen Museum) สำหรับคนรักราเมงแล้วที่นี่ถือเป็นสรวงสวรรค์เพราะภายในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้มีราเมงจากร้านอันโด่งดังให้เราได้ชิมถึง 9 ร้าน
  • พิพิธภัณฑ์บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป (Cup Noodles Museum) ของบริษัทอาหาร นิชชิน โซนยอดฮิตที่เป็นจุดขายของพิพิธภัณฑ์ก็คือ My Cup Noodles Factory ที่ผู้เข้าชมอย่างเราสามารถผลิตบะหมี่สำเร็จรูปในรูปแบบของตัวเองได้
  • พิพิธภัณฑ์เบียร์ Kirin Beer Village นอกจากเดินชมกระบวนการขั้นตอนผลิตเบียร์แล้ว ยังสามารถชิมเบียร์สด ๆ ได้ถึง 3 แก้วเลยทีเดียว
  • พิพิธภัณฑ์และห้างสรรพสินค้าอันปังแมน (Yokohama Anpanman Children’s Museum and Mall) ที่นี่รวมเอาพิพิธภัณฑ์ของอันปังแมนที่มีทั้งโซนของเล่นคล้ายสวนสนุกย่อม ๆ และการแสดงสนุก ๆ ที่เด็ก ๆ จะต้องชอบใจ ไว้คู่กับห้างสรรพสินค้าเล็ก ๆ ที่มีผลิตภัณฑ์ของอันปังแมนจำหน่ายไว้อย่างครบครัน
  • อควาเรียมกลางทะเลแยกออกเป็น 4 โซน และสวนสัตว์ขนาดใหญ่ แย่งออกเป็น 7 ระบบนิเวศด้วยกัน
  • China town คือแหล่งร้านอาหารจานอร่อยที่ควรค่าแก่การมาลิ้มรส และเพียงแค่เดินผ่านประตูของย่านนี้เข้าก็จะได้ความรู้สึกเหมือนกำลังอยู่ในเมืองจีนไม่มีผิด

วิธีการเดินทาง เลือกได้ 4 วิธี

  1. รถไฟ JR Tokaido Line จากสถานี Tokyo ลงสถานี Yokohama ใช้เวลา 25 นาที
  2. รถไฟ JR Keihin-Tohoku Line จากสถานี Tokyo ลงสถานี Yokohama ใช้เวลา 35 นาที
  3. รถไฟ JR Yokosuka Line จากสถานี Tokyo ลงสถานี Yokohama ใช้เวลา 32 นาที
  4. Tokyu Toyoko Line จากสถานี Shibuya ลงสถานี Yokohama ใช้เวลา 28 นาที

นิกโก้(Nikko) เมืองมรดกโลก

Nikko เป็นเมืองเล็กๆที่อยู่ก่อนถึงทางเข้าอุทยานแห่งชาตินิกโก้ ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO มีแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่มีชื่อเสียงอยู่มากมาย เช่น ศาลเจ้าโทโฮขุ ที่มีไม้แกะสลักเป็นลิง 3 ตัว ปิดหู ปิดตา และปิดปาก, ศาลเจ้าฟูตะระซัง (Futarasan Shrine) ที่มีแลนด์มาร์กสำคัญคือ สะพานชินเคียว(Shinkyo Bridge) สะพานแดงพาดข้ามลำธารสีสวย มีแบ็คกราวเป็นบรรยากาศขุนเขาอันชื่นใจ ด้านแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติก็สวยงามเช่นกัน คือ ทะเลสาบชูเซนจิ(Chuzenji) และน้ำตกเคะงน(Kegon Fall) ซึ่งติดอันดับ 1 ใน 3 ของน้ำตกที่สวยที่สุดในญี่ปุ่น โดยเฉพาะในฤดูใบไม้แดง เป็นจุดถ่ายภาพที่ไม่ควรพลาด

โดย นิกโก เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ในจังหวัดโทะชิงิ ทางตอนเหนือของโตเกียว ห่างไปประมาณ 140 กิโลเมตรเท่านั้นเอง จะไปเช้า เย็นกลับก็ได้ หรือจะไปนอนค้างสักคืนก็ดี เพราะมีเรียวกังที่มีออนเซ็นเลื่องชื่อให้นั่งแช่นอนแช่อยู่มากมาย แต่ต้องวางแผนให้ดีสักหน่อยนะ เพราะนิกโกถูกแบ่งออกเป็นสองโซน คือ โซนมรดกโลก และโซนธรรมชาติ ซึ่งถ้าอยากเที่ยวให้ครบแบบไม่ชะโงกทัวร์ก็ต้องแบ่งเที่ยวโซนละหนึ่งวัน แต่ถ้ามีเวลาไม่มากพอ แนะนำให้เลือกเที่ยวแค่โซนเดียวจะดีกว่า แต่ไม่ว่ายังไงก็ต้องลองไปสัมผัสให้ได้สักครั้ง ฉะนั้นถ้าอยากสัมผัสกลิ่นอาทิตย์อุทัยอย่างแท้จริงล่ะก็ .. ขอให้นึกถึงเมืองนิกโกเลย

วิธีการเดินทาง เลือกได้ 3 วิธี

  1. นั่งรถไฟ Shinkansen Yamabiko จากสถานี JR Ueno ลงสถานี JR Utsunomiya แล้วต่อรถไฟสาย JR Nikko Line ลงสถานี JR Nikko จากนั้นต่อรถบัสไปเที่ยวต่อตามโซนที่ต้องการ ใช้เวลา : 1 ชั่วโมง 40 นาที
  2. นั่งรถไฟ JR Utsunomiya Line จากสถานี JR Ueno ลงสถานี JR Utsunomiya แล้วต่อรถไฟสาย JR Nikko Line ลงสถานี JR Nikko จากนั้นต่อรถบัสไปเที่ยวต่อตามโซนที่ต้องการ ใช้เวลา : 2 ชั่วโมง 30 นาที
  3. นั่งรถไฟใต้ดิน Tokyo Metro Hibiya Line จากสถานี Ueno ลงสถานี Kita-Senju แล้วต่อรถไฟ Tobu Line ลงสถานี Tobu-Nikko สถานีนี้ตั้งอยู่ห่างจากสถานี JR Nikko แค่นิดเดียว จากนั้นต่อรถบัสไปเที่ยวต่อตามโซนที่ต้องการ ใช้เวลา : 2 ชั่วโมง

คาวากูจิโกะ (Kawaguchiko)

คาวากูจิโกะ Kawaguchiko

คาวากูจิโกะ (Kawaguchiko) เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ไม่ควรพลาดเมื่อไปเยือนแดนอาทิตย์อุทัยจริงๆ เพราะนอกจากมีไฮไลท์อย่าง ภูเขาไฟฟูจิ แล้ว ที่นี่ยังเป็นหมู่บ้านริมทะเลสาบที่มีบรรยากาศอบอุ่น น่ารัก มากกกก ซึ่งถ้าใครเป็นสายธรรมชาติและโหยหายความเงียบสงบแล้วล่ะก็ .. ต้องตกหลุมรักคาวากูจิโกะอย่างแน่นอน

โดย ทะเลสาบคาวากูจิโกะ ตั้งอยู่ในพื้นที่ของจังหวัดยามานะชิ เป็นหนึ่งในทะเลสาบบริวารทั้ง 5 ที่เกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟฟูจิ รอบๆ ทะเลสาบจะเต็มไปด้วยโรงแรมและเรียวกัง ซึ่งมีออนเซ็นให้แช่ท่ามกลางบรรยากาศยิ่งใหญ่อลังการของภูเขาไฟฟูจิ ส่วนการเดินทางรอบทะเลสาบคาวากูจิโกะนั้นจะมีรถ Retro Bus ให้บริการ มีพาสเหมาจ่ายรายวันซึ่งราคาถูกกว่าซื้อเป็นเที่ยว หรือจะเช่าจักรยานปั่นรอบทะเลสาบก็ชิลอยู่ไม่น้อยทีเดียวเชียว

วิธีการเดินทาง

  • ขึ้นรถบัสที่ Shinjuku Expressway Bus Terminal ซึ่งตั้งอยู่ที่สถานีรถไฟ JR Shinjuku ทางออก South Exit โดย Bus Terminal จะตั้งอยู่บนชั้น 4 สามารถซื้อตั๋วไปคาวากูจิโกะได้ที่หน้าเคาเตอร์ หรือจองตั๋วล่วงหน้าจากเว็บไซ (ดูวิธีการเดินทางแบบละเอียดได้ที่นี่)
    ใช้เวลา : ประมาณ 1 ชั่วโมง 45 นาที

ชิซุโอกะ (Shizuoka)

จังหวัดชิซุโอกะ (Shizuoka) ที่อยู่ไม่ไกลจากโตเกียว เป็นที่ตั้งของภูเขาไฟฟูจิ ภูเขาที่มีชื่อเสียงอันดับต้นๆ ของโลกและเป็นสัญลักษณ์ของประเทศญี่ปุ่น ยังมีไฮไลท์น่าสนใจมากมาย เช่น จุดชมซากุระและจุดชมดาวใกล้ภูเขาไฟฟูจิ ปราสาท สวนดอกไม้ และพิพิธภัณฑ์ศิลปะ เราสามารถเดินทางโดยนั่งรถไฟความเร็วสูงชินคันเซ็นจากโตเกียวมาชิซึโอกะได้โดยใช้เวลาเพียง 39 นาทีเท่านั้นเอง

ชิซุโอกะ (Shizuoka) ขึ้นชื่อในการผลิตชา สามารถไปดื่มชาคุณภาพดีและสดใหม่ได้ตลอดทั้งปี และชาเขียวของที่นี่ก็รสชาติดีที่สุดในญี่ปุ่นอีกด้วย นอกจากไร่ชาแล้วก็ยังมีจุดชมวิวต่างๆ ที่สามารถมองเห็นภูเขาไฟฟูจิได้อย่างสวยงามชัดเจนหลายจุดเช่น ชายหาด Miho Beach เราจะได้เห็นทิวทัศน์ของชายฝั่งทะเลที่มีภูเขาไฟฟูจิตั้งตระหง่านสวยงามอยู่ข้างหลัง หรือจะไปแวะถ่ายรูปกับสวนดอกไม้สีสรรสดใส เช่น สวนดอกไม้ฮามามัตสึ ที่มีดอกไม้มากมายบานตลอดทั้งปี ถ้าใครมาเที่ยวโตเกียวแล้วอยากเปลี่ยนบรรยากาศไปสัมผัสความสโลว์ไลฟ์แบบญี่ปุ่นสุดๆ ขอแนะนำให้ลองมาที่ชิซุโอกะ สักครั้ง

วิธีการเดินทาง

  • Shinkansen Hikari หรือ Shinkansen Hikari Kodama จากสถานี Tokyo ถึงสถานี Shizuoka ใช้เวลา 60 นาที

ทาคาซากิ(Takasaki)

ทาคาซากิ(Takasaki) เป็นเมืองหน้าด่านสู่จังหวัด กุนมะ (Gunma) ถ้าเดินทางจาก Tokyo ก็จะถึง Takasaki ก่อน นอกจากนี้ยังถือเป็นศูนย์รวมของการเดินทาง ทั้งรถไฟ รถบัสไปเมืองข้าง ๆ หรือสถานที่ท่องเที่ยวอื่น ๆ ก็สามารถใช้บริการได้จากบริเวณสถานีรถไฟทั้งสิ้น แต่หลายๆคน อาจจะไม่คุ้นและไม่รู้จักชื่อเมืองนี้มากนัก แต่ถ้าพูดถึง ตุ๊กตาดารูมะ(Daruma) แล้วหล่ะก็ ทุกคนคงร้องอ้ออออ แน่นอน เมืองทาคาซากิ เป็นเมืองเล็ก ซึ่งเป็นแหล่งผลิตตุ๊กตาดารูมะ(Daruma) หรือตุ๊กตาโชคลาภของชาวญี่ปุ่น นั่นเอง มีวัดและศาลเจ้าที่น่าสนใจคือวัดเจ้าแม่กวนอิม และศาลเจ้าดารูมะ

ตุ๊กตา DARUMA

*ตุ๊กตา DARUMA นั้นเป็นตุ๊กตาทรงกลม ไม่มีแขนและขา ใบหน้าเขียนเลียนแบบปรมาจารย์ตั๊กม้อ หรือพระโพธิธรรม คือมีหนวดเคราและหน้าตาเคร่งขรึม ลวดลายบนใบหน้าตุ๊กตานั้นมีการเขียนต่างกันไปแล้วแต่สถานที่ ส่วนหนวดเครานั้นแสดงถึงเต่า ส่วนขนคิ้วนั้นจะแสดงถึงนกกระเรียน เราจะขอพรกับ DARUMA โดยการเขียนตาดำข้างหนึ่งพร้อมกับทำการขอพร และนำเอาตุ๊กตาไปตั้งบูชาไว้บนหิ้ง และเมื่อพรสมหวังก็นำมาเขียนตาอีกข้างหนึ่ง และนำตุ๊กตาที่ขอพรสำเร็จนั้นไปไว้ที่วัด

วิธีการเดินทาง

  • Shinkansen จากสถานี Tokyo ถึงสถานี Takasaki

จังหวัดชิบะ (Chiba)

พอพูดถึง จังหวัดชิบะ หลายๆคนอาจไม่รู้จัก แต่รับประกันได้เลยว่า หากมีทริปไปโตเกียว ทุกคนต้องเคยไปเหยียบพื้นแผ่นดินของจังหวัดชิบะแน่นอน เพราะสนามบินนานาชาตินาริตะ ที่เรารู้จักกันเป็นอย่างดีนั้นตั้งอยู่ในเมืองนาริตะของจังหวัดชิบะนั่นเอง ฉะนั้นจึงเป็นเรื่องน่าเสียดายที่หลายคนมักจะมองข้ามเมืองที่อยู่ใกล้ตัวอย่างชิบะไป เพราะลงจากเครื่องปุ๊บก็จะนั่งรถไฟมุ่งสู่โตเกียวทันที ทั้งที่ชิบะเป็นอีกหนึ่งเมืองสวยที่ไม่อยากให้พลาดไปลองเที่ยวกัน ไม่ว่าจะเป็นสายธรรมชาติ สายวัฒนธรรม สายกิน สายช้อป รับรองว่าไม่มีผิดหวัง แถมยังจัดไว้เป็นแผนก่อนกลับเมืองไทยได้อีกด้วย เพราะเที่ยวเสร็จก็เดินทางไปสนามบินได้ไม่ยากเลย ฉะนั้นโตเกียวทริปหน้า อย่าลืมใส่ชิบะเข้าไปในแผนด้วยนะจ้ะเพื่อนๆ

วิธีการเดินทาง

  • เครื่องบินมาลงที่ สนามบินนานาชาตินาริตะ

 

บอกให้เพื่อนของคุณทราบ