เที่ยวโอซาก้าเดือนไหนดี เที่ยวได้ทั้งปีไม่มีเบื่อ!

เที่ยวโอซาก้าเดือนไหนดี หนึ่งปัญหายอดฮิตที่ทุกคนต้องเจอเวลาวางแผน ถ้าไม่นับเรื่องเก็บเงินเที่ยวไม่ทัน ก็คงเป็นเรื่องสภาพอากาศนี่แหละ

Arashiyama

Arashiyama

สภาพอากาศของโอซาก้า จะคล้ายกับของเมืองโตเกียวคือมีความแตกต่างกันในแต่ละฤดูกาลค่อนข้างชัดเจน แต่จะมีอุณหภูมิโดยทั่วไปอุ่นกว่าที่โตเกียว 1-3 องศา รวมทั้งปริมาณน้ำฝนก็จะน้อยกว่าโตเกียวเล็กน้อยด้วย ทำให้มีสภาพอากาศโดยทั่วไปที่จะเย็นสบายอยู่ตลอดทั้งปียกเว้นหน้าร้อนเท่านั้น โดยจะมีฝนตกมากที่สุดในช่วงกลางปี รวมทั้งอุณหภูมิและช่วงเวลากลางวันที่ยาวนานที่สุดด้วย ส่วนช่วงเวลาที่เสี่ยงต่อการเจอพายุฝนคือช่วงเดือนกันยายนเหมือนกันกับโตเกียว

ด้วยความที่ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มี 4 ฤดู คือ ฤดูหนาว, ฤดูร้อน, ฤดูใบไม้ผลิ, ฤดูใบไม้ร่วง การไปเที่ยวในเดือนต่างๆจึงให้ประสบการณ์ที่ต่างกันได้แบบสุดขั้ว ถ้าโชคดี วางแผนดีๆ ก็จะได้เจอสภาพฟ้าฝนที่เป็นใจ แถมบางทีก็มีธรรมชาติตามฤดูกาลสวยๆให้ได้ชมเป็นโบนัสอีกด้วย

วันนี้ แบกเมียเที่ยว จะพาทุกคนไปรู้จักกับสภาพอากาศและฤดูกาลต่างๆ พร้อมทั้งกิจกรรมน่าสนใจในแต่ละฤดู ของโอซาก้า มาฝากเพื่อนๆกัน จะมีอะไรสนุกๆบ้าง ไปลุยกันเลย…

  • เดือนที่ร้อนที่สุดของโอซาก้า คือ เดือนสิงหาคม
  • เดือนที่หนาวที่สุดของโอซาก้า คือ เดือนมกราคม
  • เดือนที่ฝนตกมากที่สุดของโอซาก้า คือ เดือนมิถุนายน
  • เดือนที่กลางวันยาวนานมากที่สุดของโอซาก้า คือ เดือนสิงหาคม

เที่ยวโอซาก้าเดือนไหนดี ลองมาเช็คกันว่าแบบไหนเหมาะกับเรา

ฤดูหนาว (Winter in Osaka)

เดือนธันวาคม มกราคม และกุมภาพันธ์

โอซาก้าในฤดูหนาวจะมีอุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 6 – 12 องศา อากาศค่อนข้างหนาว แต่ไม่ถึงกับติดลบ อาจจะพอมีหิมะให้เห็นบ้างในช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ แต่ต้องบอกว่ามีโอกาสเจอหิมะในเมืองน้อยมาก เวลาช่วงกลางวันจะสั้นกว่าฤดูกาลอื่นๆ ในตอนกลางคืนอาจจะหนาวจนเกือบ 0 องศา

การแต่งกาย

ควรใส่เสื้อผ้าที่สามารถกันลมได้ดีและกันอุณหภูมิได้ถึง 0 องศา เช่น เสื้อโค้ท หรือเสื้อขนเป็ด เกินดีกว่าขาด เพราะถ้าร้อนตอนกลางวันยังสามารถถอดเก็บได้ แล้วใส่ใหม่ตอนกลางคืนก็ยังได้

เริ่มจากฮีทเทค ตามด้วยเสื้อไหมพรมขนสัตว์ เสื้อโค้ตผ้าขนสัตว์ และกางเกงหนาๆ หรือกางเกงบุขนสัตว์ ถุงมือ ถุงเท้า ผ้าพันคอ และหมวก คนขี้หนาวแนะนำสวมลองจอนอีกชั้นหลังฮีทเทคและสวมที่ปิดหูทับหมวกอีกที

อีกหนึ่งไอเทมช่วยชีวิตที่เพิ่มเข้ามาคือเสื้อขนเป็ด หรือ Down jacket หรือที่คนชอบเรียก “เสื้อแหนม” อุ่นจริงแถมกันลม แต่สาวๆ อาจยอมกัดฟันทนหนาวเพราะมันจะทำให้ตัวเป็นปล้องๆ เหมือนมิชชาลิน แต่ถ้าเลือกดีๆ ก็มีที่ทรงสวยสีสวยอยู่นะ หรือจะเป็นโค้ทขนสัตว์ฟูๆ นอกจากจะดูหรูและยังอุ่นคอด้วย

เทคนิคการ แต่งตัวไปญี่ปุ่นหน้าหนาว ให้ดูสวย เก๋ รับรองปังแน่นอนน

  • ทนหนาว ใส่ท่อนล่างให้ดูโล่งๆ เข้าไว้ : 
    ถ้าอยากสวยก็ต้องทนหนาวกันหน่อย แต่งเบาๆ ใส่เสื้อไม่ต้องหลายชั้นมาก พอดีตัว คู่กับกระโปรงสั้นๆ เดินขาเปล่ากันเลยก็ได้ หรือจะใส่ถุงน่อง หรือแลกกิ้งบางๆไว้ข้างในก็ได้เหมือนกัน ถ้าถามว่าแล้วจะอุ่นเหรอ ตอบเลยค่ะ ว่าไม่แน่นอน 555+ ถ้าสาวๆ คนไหนอยากสวยก็ต้องอดทนคะ
  • ใส่ชุดตัวใหญ่ๆ หลวมๆ : 
    สำหรับคนที่ทนหนาวไม่ไหว ถ้าจะให้ใส่ชุดพอดีตัวทับหลายๆ ชั้น ก็จะดูอ้วนเป็นแหนมอีก ดังนั้นแก้ปัญหาด้วยการใส่ชุดตัวใหญ่ๆ ไปเลย เลือกทรงยาวเข้าไว้ โดยเฉพาะโค้ท ให้หลวมๆ โคร่งๆ ไปเลย ก็ดูเก๋ๆเท่ๆไปอีกแบบ
  • เลือกสีสดใส : 
    เลือกชุดสีสันสดใสก็ดูวัยรุ่นขึ้นอีกเยอะ สีสดๆ อย่างสีม่วง สีแดง สีเขียว สีน้ำเงินจะทำให้ดูมีชีวิตชีวา แต่แนะนำว่าควรเลือกสีจัดแค่ท่อนบนหรือท่อนล่างนะ จัดเต็มทั้งตัวอาจจะแปร๋นไปหน่อย
  • เลือกพร็อพน่ารักๆ : 
    พร็อพสุดฮิตของฤดูใบไม้ร่วงถึงฤดูหนาวอย่างหมวกไหมพรมช่วยกันหนาวได้ แต่ต้องดึงลงมาให้ปิดหูนะ ถ้าหนาวมาก ก็หาที่ครอบหูมาสวมทับหมวกอีกที รับรองอุ่น แถมน่ารักอีกต่างหาก หรือหาเข็มขัดสักเส้นมารวบผ้าบริเวณเอวให้กิ่วเข้ามาอีกสักนิด กระเป๋าใบเล็กๆ สายยาวๆ ทำให้ดูเพรียวลงได้
  • ถ่ายรูประยะใกล้ : 
    แต่หากใครบอกว่าชั้นอยากแต่งแบบอุ่นสุดๆ อยากใส่หลายๆชั้น เพราะขี้หนาว แต่ก็อยากถ่ายรูปแล้วไม่กลมด้วย เราขอแนะนำ ให้ถ่ายรูประยะใกล้พอคะ เห็นแค่ครึ่งตัวพอ จะได้ไม่ต้องพะวงเรื่องชุด รับรองไม่กลมแน่นอน 555+

กิจกรรมห้ามพลาด:

1. ชมไฟประดับ

  • งานประดับไฟที่ถนนมิโดสุจิ (Midosuji Illuminations): งานนี้เป็นงานเทศกาลประดับไฟประจำปี ซึ่งจัดขึ้นตั้งแต่กลางเดือนพฤศจิกายนไปจนถึงวันสิ้นปี เป็นถนนประดับไฟที่ยาวที่สุดในโลกสายหนึ่ง
  • โอซาก้า ฮิคาริ เรเนซองส์ (Osaka Hikari Renaissance): เทศกาลประดับไฟที่จัดขึ้นในช่วง 2 สัปดาห์สุดท้ายของเดือนธันวาคม ที่บริเวณ ศาลาว่าการเมืองโอซาก้า ยาวไปจนถึง สวนสาธารณะนากาโนะชิมะ (Nakanoshima Park) เลยทีเดียว
  • Illumi-Night Banpaku X’mas: การแสดงแสงสีแบบ 3 มิติสุดตื่นตาตื่นใจที่ฉายไปบน อนุสาวรีย์ Tower of the Sun ใน สวนสาธารณะอนุสรณ์งาน Expo ’70 (สวนสาธารณะบังปากุ) งานนี้จัดขึ้นในช่วงปลายเดือนธันวาคม พร้อมกับงานราเม็งเอ็กซ์โปประจำปี
  • Abeno Tennoji Iluminage: งานประดับตกแต่งไฟแบบญี่ปุ่นที่มีทั้งโคมไฟโบราณ เรือ และซามูไร ช่วยเสริมให้บรรยากาศดูเหมือนญี่ปุ่นในสมัยก่อน นิทรรศการนี้จะเปิดให้เข้าชมในเดือนธันวาคม – มกราคม หากใครสนใจเข้าชมก็ซื้อตั๋วได้เลย

2. สกีรีสอร์ต

  • Biwako Valley Ski Resort: รีสอร์ตนี้ตั้งอยู่ห่างจาก โอซาก้า ขึ้นมาทางเหนือเพียงชั่วโมงครึ่ง ที่นี่มีลานสกีที่สูงกว่า 1,100 เมตร และยังมีวิวที่สวยงามตระการตาของ ทะเลสาบบิวะ (Biwa Lake) ให้ได้ชมอีกด้วย
  • Hakodateyama Ski Resort: รีสอร์ตแห่งนี้ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ริมทะเลสาบบิวะ มีลานสกีที่ไม่ชันมาก เหมาะกับการพาทุกคนในครอบครัวมาเล่นสกี อีกทั้งยังมีบันไดเลื่อนและสนามเด็กเล่นให้บริการ รีสอร์ตนี้ตั้งอยู่ห่างจาก โอซาก้า ขึ้นมาทางเหนือเพียง 2 ชั่วโมง หากมาเที่ยวที่นี่แล้วจะแวะไปเที่ยวที่ เกียวโต (Kyoto) ด้วยก็ได้

ฤดูใบไม้ผลิ (Spring in Osaka)

เดือนมีนาคม เมษายน และพฤษภาคม

โอซาก้าในฤดูใบไม้ผลิ จะมีอุณหภูมิเย็นสบาย มีฝนตกบ้างเล็กน้อย ในเดือนมีนาคมจะยังคงหนาวอยู่อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 10 องศา และเริ่มอุ่นขึ้นเรื่อยๆ ในเดือนเมษายนที่ 15 องศา และ 20 องศาในเดือนพฤษภาคม และช่วงปลายเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนเมษายนจะเป็นช่วงที่ดอกซากุระจะบานเต็มที่

การแต่งกาย

สามารถแต่งตัวได้ตามสบาย ควรมีแจ็คเก็ตติดไว้ซักตัวเวลาหนาว และควรมีร่มหรือเสื้อกันฝนไว้ด้วย

กิจกรรมห้ามพลาด:

1. ชมดอกซากุระบานสะพรั่ง

  • สวนนิชิโนะมารุ (Nishinomaru Garden) ในสวนสาธารณะปราสาทโอซาก้า (Osaka Castle Park): ชม ปราสาทโอซาก้า ที่โอบล้อมด้วยต้นซากุระที่ออกดอกบานสะพรั่งกว่า 600 ต้น โดยปกติสวนนี้เปิดให้บริการตั้งแต่ 09:00 น – 17:00 น. แต่จะขยายเวลาเข้าชมถึง 21:00 น. ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ชื่นชมสวนที่ประดับไฟอันสวยสดงดงาม หากต้องการชม สวนนิชิโนะมารุ จะต้องจ่ายค่าเข้าชมเพิ่มเติมจากค่าเข้าชม ปราสาทโอซาก้า
  • โรงกษาปณ์ญี่ปุ่น (Japan Mint): โรงกษาปณ์ญี่ปุ่น และ พิพิธภัณฑ์เหรียญตรา (Mint Museum) จะเปิดพื้นที่สงวนอย่าง “อุโมงค์ซากุระ” ให้คนทั่วไปได้เข้าชมเป็นเวลาประมาณ 1 สัปดาห์ในช่วงกลางเดือนเมายน นอกจากนี้ยังสามารถเดินเล่นเลียบ แม่น้ำโอคาวะ (Okawa River) ได้ราว 30 นาทีโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ หากวางแผนจะเที่ยวให้ครบ แบบจ่ายครั้งเดียวจบ ก็อย่าลืมวางแผนให้ดีเพราะว่า พิพิธภัณฑ์เหรียญตรา ปิดทำการช่วงสัปดาห์ดอกซากุระบาน
  • สวนสาธารณะอนุสรณ์งาน Expo ’70 (Expo ’70 Commemorative Park): ใครชอบเที่ยวชมธรรมชาติ แนะนำให้ไป สวนญี่ปุ่น (Japanese Garden) ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณสถานที่จัดงาน Japan World Exposition ในปี 1970 ซึ่งนอกจากจะมีต้นซากุระแล้ว ยังมีต้นบ๊วยเรียงรายสวยงามให้ชมอีกด้วย นอกจากนี้นักท่องเที่ยวยังสามารถเที่ยวชม พิพิธภัณฑ์หัตถกรรมพื้นบ้านญี่ปุ่น (Japan Folk Crafts Museum) ที่ตั้งอยู่ภายในบริเวณเดียวกันได้อีกด้วย
  • สวนเคมะ ซากุระโนะมิยะ (Kema Sakuranomiya Park): นั่งปิกนิกใต้ร่มเงาต้นซากุระกว่า 5,000 ต้น ที่ริม แม่น้ำโอคาวะ
  • สวนนากาอิ (Nagai Park): เดินชมดอกซากุระและดอกไม้ประจำฤดูกาลตามทางเดินใน สวนพฤกษชาตินากาอิ (Nagai Botanical Garden)

2. ดูการแข่งขันซูโม่

  • March Grand Tournament เป็นการแข่งขันซูโม่รายการใหญ่ที่กินเวลานานถึงสองสัปดาห์ การแข่งขันนี้จัดขึ้นในช่วงกลางเดือนมีนาคมของทุกปีที่ เอดิออน อารีนา โอซาก้า (EDION Arena Osaka) หรือศูนย์กีฬาประจำจังหวัดโอซาก้า นั่นเอง สามารถซื้อตั๋วออนไลน์หรือไปซื้อตั๋วที่หน้างานก็ได้

ฤดูร้อน (Summer in Osaka)

เดือนมิถุนายน กรกฎาคม และสิงหาคม 

โอซาก้าในฤดูร้อน จะมีอุณหภูมิใกล้เคียงกับบ้านเรา แต่จะเย็นสบายมากกว่า และเป็นฤดูที่มักจะมีฝนตกมากกว่าฤดูอื่นๆ รวมทั้งมีช่วงเวลากลางวันยาวนานกว่าฤดูกาลอื่นๆด้วย โดยมีอุณหภูมิเฉลี่ยของเดือนมิถุนายนอยู่ที่ 24 องศา ส่วนเดือนกรกฏาคมและสิงหาคมจะมีอุณหภูมิเฉลี่ยใกล้เคียงกันที่ 28 และ 29 องศาตามลำดับ ทำให้เดือนสิงหาคมเป็นเดือนที่ร้อนที่สุดในรอบปีของโอซาก้า ในช่วงกลางวันอุณหภูมิอาจจะขึ้นไปได้สูงถึง 33-35 องศาเลยทีเดียว

การแต่งกาย

สามารถแต่งตัวได้เหมือนกับอยู่เมืองไทย อาจจะใส่เสื้อแขนสั้น กางเกงขาสั้นก็ได้ อาจจะมีแจ็คเก็ตทับอีกซักตัวในตอนเช้าหรือตอนกลางคืนก็ได้เพราะอากาศจะหนาวเย็นลงไปถึง 20-21 องศาเลยก็ได้ และควรจะมีเสื้อกันฝรหรือร่มติดตัวไว้ด้วยเพราะเป็นฤดูกาลที่มีฝนตกมากที่สุดในรอบปี

กิจกรรมห้ามพลาด:

1. ไปเที่ยวทะเล

  • สวนริมหาดนิชิกิโนฮามะ (Nishikinohama Beach Park): หาดนี้ขึ้นชื่อว่าเป็นหาดที่สะอาด แถมยังเดินทางสะดวกสบาย เหมาะกับการไปว่ายน้ำ ปิ้งบาร์บีคิว และเก็บหอยริม อ่าวโอซาก้า (Osaka Bay)
  • หาดริงกุมินามิฮามะ (Rinkuminamihama Beaches) หรือทารุอิเซาเทิร์นบีช (Tarui Southern Beach): ชายหาดแห่งนี้ตั้งอยู่ตรงข้ามกับ สนามบินนานาชาติคันไซ ไม่ว่าจะเล่นวินด์เซิร์ฟใน อ่าวโอซาก้า หรือจะนั่งเล่นสบายๆ ใต้ต้นปาล์มบนชายหาดเทียมแห่งนี้ก็สนุกได้ทั้งนั้น
  • หาดทันโนวะ โทคิเมกิ (Tan’nowa Tokimeki Beach): จะไปเล่นน้ำทะเลก็ดี ไปปิกนิกบนชายหาดก็ได้ หรือจะไปเก็บหอยริมชายหาดก็ดูน่าสนุก

2. เที่ยวงานเทศกาลต่างๆ พร้อมดูดอกไม้ไฟ

จุดชมดอกไม้ไฟ :

  • เทศกาลดอกไม้ไฟเท็นจิน (Tenjin Fireworks): ในวันที่ 25 กรกฎาคมของทุกปีจะมีการแสดงดอกไม้ไฟที่จัดขึ้นพร้อมกับเทศกาลเท็นจินมัตสึริที่ ศาลเจ้าเท็นมังกู นอกจากนี้ยังมีการแสดงเรือไฟและการแสดงดนตรีพื้นเมืองในคืนวันเดียวกันอีกด้วย
  • เทศกาลดอกไม้ไฟพีแอล (PL Art of Fireworks Festival): เทศกาลนี้ถือเป็นเทศกาลดอกไม้ไฟที่ใหญ่ที่สุดงานหนึ่งของโลก โดยจัดขึ้นในวันที่ 1 สิงหาคมที่ โบสถ์ Church of Perfect Liberty มีการแสดงดอกไม้ไฟกว่า 10,000 ลูกที่ หอคอย The Great Peace Prayer Tower หรือ ได เฮวะ ไคเนน โท (Dai Heiwa Kinen To) ใน เมืองทนดะบายาชิ (Tondabayashi)
  • เทศกาลดอกไม้ไฟนานิวะ โยโดกาวะ (Naniwa Yodogawa Fireworks Festival): เทศกาลดอกไม้ไฟริม แม่น้ำโยโด (Yodo River) ใน เมืองโยโดกาวะ (Yodogawa) ที่มีคนมาชมมากกว่า 1 ล้านคน งานนี้เปิดให้ชมฟรีและอาจแสดงยาวนานถึง 1 ชั่วโมงเลยทีเดียว

เทศกาลประจำฤดูร้อน :

  • เทศกาลเท็นจินมัตสึริ (Tenjin Matsuri): เทศกาลนี้เป็นงานเฉลิมฉลองที่ยิ่งใหญ่ติดอันดับ 1 ใน 3 ของญี่ปุ่น ซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 24 – 25 กรกฎาคม ที่ ศาลเจ้าเท็นมังกู (Osaka Temmangu) หากได้ไปเที่ยวในช่วงนี้ อย่าลืมไปชมขบวนแห่เรือและดอกไม้ไฟสีสันสวยงามที่จัดแสดงบริเวณ แม่น้ำโอกาวะ (Okawa River)
  • ถนนสายไฮเดรนเยีย (Hydrangea Promenade) ในช่วงเทศกาลดอกไฮเดรนเยีย: เดินชมดอกไฮเดรนเยียกว่า 25,000 ต้นที่ ลานปิกนิกนูกาตะ (Nukata Picnic Site) ใน สวนฟุมินโนะโมริ (Fumin no mori) ซึ่งจัดขึ้นช่วงกลางเดือนมิถุนายนถึงกลางเดือนกรกฎาคม
  • เทศกาลโคมไฟริมแม่น้ำโดทงโบริ (Dotonbori River Lantern Festival): เทศกาลนี้จัดขึ้นในเดือนกรกฎาคม – สิงหาคมบริเวณ ทางเดินริมแม่น้ำทงโบริ (Tombori River Walk) สามารถเดินชม แม่น้ำโดทงโบริ (Dontonbori River) ภายใต้แสงสวยงามจากโคมไฟญี่ปุ่นได้ในช่วงนี้
  • เทศกาลฤดูร้อนอิคุทามะ: จัดขึ้นในวันที่ 11 – 12 เดือนกรกฎาคม ที่ ศาลเจ้าอิคุทามะ (Ikukunitama Shrine) ภายในงานมีการแสดงกลองแบบคันไซที่เรียกว่ามะคุระไดโกะ (Makura Daiko) และการแสดงเชิดสิงโต
  • เทศกาลไอเซ็น (Aizen Festival) หรือเทศกาลยูกาตะ (Yukata Festival): งานนี้จัดขึ้นในวันที่ 30 มิถุนายน – 2 กรกฎาคม ไฮไลต์ของงานคือสาวๆ มุสึเมะไอเซ็นทั้ง 12 คนในชุดยูกาตะ โดยสาวๆ จะนั่งเสลี่ยงแห่ไปรอบเมือง
  • ชิเทนโนจิ เซนนิจิ ไมริ (Shitennoji Sennichi Mairi): งานนี้จัดขึ้นที่ วัดชิเทนโนจิ (Shitennoji Temple) ในช่วงต้นเดือนสิงหาคม กิจกรรมในงานคือการสวดมนต์และเดินลอดห่วงต้นหญ้าญี่ปุ่นเพื่อให้มีโชคเทียบเท่าการเข้าวัด 1,000 วันจึงเรียกกันว่า “เทศกาลหนึ่งพันวัน” (Thousand Days Festival)
  • เทศกาลสุมิโยชิ (Sumiyoshi Festival): เทศกาลสุดท้ายในฤดูร้อน จัดขึ้นในวันที่ 30 กรกฎาคม – 1 สิงหาคมที่ ศาลเจ้าสุมิโยชิ (Sumiyoshi Grand Shrine) ในงานมีทั้งขบวนแห่และพิธีนาโกชิ ฮาราอิ ชินจิ (Nagoshi-Harai-Shinji) ซึ่งผู้หญิงและเด็กๆ จะแต่งตัวด้วยชุดสมัยมุโรมาจิและเดินลอดห่วงที่ทำจากหญ้าด้วยความเชื่อว่าจะทำให้สุขภาพดี

ฤดูใบไม้ร่วง (Autumn in Osaka)

วัดเอนโคจิ

เดือนกันยายน ตุลาคม และพฤศจิกายน

โอซาก้าในฤดูใบไม้ร่วง อุณหภูมิโดยทั่วไปจะเย็นสบายกำลังดี คล้ายกับในฤดูใบไม้ผลิที่อาจจะมีฝนตกบ้างเล็กน้อย ยกเว้นเดือนกันยายนที่เป็นเดือนที่ประเทศญี่ปุ่นโดยเฉพาะเกาะฮอนชู มักจะเจอกับพายุฝนมากที่สุดในรอบปี อุณหภูมิเฉลี่ยของเดือนกันยายนจะอยู่ที่ 25 องศา และลดลงเรื่อยๆ เป็น 19 องศาในเดือนตุลาคม และ 14 องศาในเดือนพฤศจิกายน ในฤดูกาลนี้จะได้เห็น ใบไม้เปลี่ยน สีสวยงามในช่วงปลายเดือนตุลาคมจนถึงต้นเดือนพฤศจิกายนด้วย ความสวยงามหลากสีสันที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาตินี้เองที่ทำให้ช่วงเวลานี้เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวสุดๆ

การแต่งกาย

โดยทั่วไปก็จะคล้ายกับในฤดูใบไม้ผลิ คือเสื้อแขนขาว กางเกงขายาว กับเสื้อแจ็คเก็ตอีกซักตัว รวมทั้งควรมีเสื้อกันฝนหรือร่มติดตัวไว้ด้วย

  • สำหรับช่วงอุณหภูมิ 25-20 องศาเซลเซียส เป็นความเย็นสบายกำลังดี เหมือนอยู่ในห้องแอร์ การแต่งตัวเรียกได้ว่าแฟชั่นจัดเต็มได้ตามใจ ใครไม่ขี้หนาว เพียงกางเกงขายาว และเสื้อแขนยาวก็เอาอยู่ สำหรับผู้หญิง หนึ่งแฟชันที่นิยมในช่วงนี้คือการใส่ถุงน่องและกระโปรงสั้นก็ยังได้ หรืออาจสวมทับด้วยแจ็คกันลมที่ไม่หนามาก รองเท้าก็จัดเข้าแฟชั่นได้หลากหลาย ตั้งแต่สนีกเกอร์ยังบู๊ท จัดได้หลากสไตล์
  • ช่วงอุณหภูมิ 20-15 องศาเซลเซียส อากาศจะเริ่มเย็นเกินความเคยชินของคนไทย ความเย็นระดับนี้เสื้อชั้นนอกจะต้องหนาหน่อย อาจเป็นสเว็ตเตอร์เนื้อหนา หรือเสื้อโค๊ท ส่วนของกางเกงนั้นก็ควรหนาหน่อย นอกจากนี้ยังสามารถเพิ่มผ้าพันคอเป็นพร็อพเพิ่มความอบอุ่น บางคนที่ขี้ร้อน อาจใส่เสื้อกักความร้อน (heat tech) แขนยาว คลุมทับด้วยเสื้อกั๊กหนาๆ ก็อาจเพียงพอ หรือจะจัดโค๊ทยาวก็เป็นโอกาสของคุณแล้ว สามารถมิกแอนด์แมทซ์แฟชั่นให้ดูดี และสร้างความอบอุ่นในตัว ใส่หมวก พันผ้าพันคอก็จัดเต็ม

กิจกรรมห้ามพลาด:

1. ชมใบไม้เปลี่ยนสี

  • สวนสาธารณะปราสาทโอซาก้า: ภายในสวนมีต้นเมเปิ้ลและต้นแปะก๊วยสีสันสวยงามชวนให้ถ่ายภาพ แถมยังมี ปราสาทโอซาก้า เป็นฉากหลังอีกต่างหาก
  • น้ำตกมิโนะ (Mino Falls): ชมความสวยงามของธรรมชาติในหุบเขามิโนะ สถานที่ที่มีใบไม้เปลี่ยนสีอันสวยงามจับใจ อีกทั้งยังมีแม่น้ำ และน้ำตกให้ไปเที่ยวชมอีกด้วย

น้ำตกมิโน

น้ำตกมิโน

  • สวนสาธารณะอนุสรณ์งาน Expo ’70: ภายสวนแห่งนี้มีอนุสาวรีย์ Tower of the Sun ห้าง EXPOCITY และ พิพิธภัณฑ์ Expo ’70 Pavilion แถมยังมีใบไม้เปลี่ยนสีให้ได้ชมอีกด้วย
  • ถนนมิโดสุจิ (Midosuji Boulevard): เดินชมต้นแปะก๊วยสีทองอร่ามกว่า 800 ต้นที่เรียงรายอยู่ตลอดทางบนถนนสายหลักของเมืองโอซาก้า พร้อมชมขบวนพาเหรดมิโดสุจิที่จัดขึ้นทุกๆ ปีเพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบที่ถนนสายนี้สร้างเสร็จ
  • สวนสาธารณะโฮชิดะ (Hoshida Park) และสะพานโฮชิดะ (Hoshida Bridge): ไปเดินเล่นบน สะพานโฮชิดะ (Hoshida Bridge) หรือ โฮชิโนะบุรังโกะ (Hoshi no Buranko) พร้อมชมวิวต้นไม้เปลี่ยนสีใน “ป่าท้องถิ่น”
  • สวนสาธารณะไดเซ็น (Daisen Park): เดินเล่นไปเรื่อยๆ ท่ามกลางต้นซากุระและสนามหญ้าเขียวขจีพร้อมเที่ยวชม สุสานจักรพรรดินินโทกุ (Mausoleum of Emperor Nintoku) ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นสุสานที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก สวนสาธารณะแห่งนี้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ อีก เช่น พิพิธภัณฑ์เมืองซะไก (Sakai City Museum) และ สวนญี่ปุ่นแห่งสวนสาธารณะไดเซ็น (Daisen Park Japanese Garden)

2. เที่ยวงานเทศกาลฤดูใบไม้ร่วง

  • เทศกาลซาไก (Sakai Festival) หรือ ซาไกมัตสึริ (Sakai Matsuri): เทศกาลนี้จัดขึ้นในวันเสาร์และอาทิตย์ที่ 3 ของเดือนตุลาคม บริเวณหน้า ศาลาว่าการเมืองซาไก ภายในงานมีทั้งการแสดงศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น การแต่งกายด้วยชุดประจำชาติ และร้านอาหารท้องถิ่นมากมาย
  • เทศกาลฮิกังเอะ (Higan-e Autumn Ceremony): วัดต่างๆ ทั่วทั้ง โอซาก้า จะจัดงานเทศกาลที่กินเวลายาวนานถึง 7 วันในช่วงวันศารทวิษุวัตที่มีกลางวันยาวเท่ากับกลางคืน เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของการเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง ส่วนงานเฉลิมฉลองที่โด่งดังมากที่สุดต้องยกให้งานเทศกาลที่ วัดชิเทนโนจิ (Shitennoji Temple)

ฤดูใบไม้ร่วงเหมาะแก่การมาช้องปิ้งที่โอซาก้ามากๆค่ะ อากาศกำลังดี ไม่หนาวหรือร้อนจนเกินไป หากเป้าหมายคือหารมาซื้อของหรือช้อปปิ้งแนะนำให้มาฤดูนี้นะคะ

บอกให้เพื่อนของคุณทราบ