ทำไมใครๆ ถึงอยากไป หมู่บ้าน ชิราคาวาโกะ (Shirakawago)

หมู่บ้าน ชิราคาวาโกะ (Shirakawago)

 หมู่บ้าน Shirakawago

ชิราคาวาโกะ (Shirakawa-go) หมู่บ้านมรดกโลก อันเก่าแก่ เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่นที่นักท่องเที่ยวจากทุกสารทิศมุ่งมั่นตั้งใจจะมาเยือน เพื่อสัมผัสบรรยากาศดั้งเดิมสุดคลาสสิค และถ่ายรูปสวยๆ ชิคๆ กันสักครั้ง โดยบรรยากาศของที่นี่มีความเป็นหมู่บ้านชาวนาเก่าแก่ที่อนุรักษ์สิ่งก่อสร้างแบบดั้งเดิมอันเป็นมรดกของโลกเอาไว้ตั้งแต่ในอดีตจวบจนปัจจุบัน

และถึงแม้ว่าภายในหมู่บ้านแห่งนี้จะไม่ได้มีขนาดใหญ่โตนักเมื่อเทียบกับโอซาก้า แต่ในหมู่บ้านก็มีจุดที่น่าสนใจอยู่หลายแห่ง วันนี้ แบกเมียเที่ยว จะพาทุกคนไปเยี่ยมชม “หมู่บ้านมรดกโลก ชิราคาวาโกะ” กัน แล้วทุกคนจะรู้ว่า ทำไมใครๆ ถึงอยากไป!!!

มาทำความรู้จัก “หมู่บ้านมรดกโลก ชิราคาวาโกะ”

หมู่บ้านมรดกโลก ชิราคาวาโกะ เรียกเต็มๆ ว่า กัสโชซึคุริโอกิมาฉิ ชิราคาวาโกะ เป็นหมู่บ้านชาวนาที่ตั้งอยู่ในหุบเขาตามแม่น้ำโชกาวะ (Shogawa) ตั้งอยู่บนภูเขาในเขตจังหวัดกิฟูและโทยาม่า ทางตอนกลางของเกาะฮอนชู ประกอบไปด้วยบ้านเรือนที่มีอายุเก่าแก่กว่า 200-300 ปี กระจายไปในแนวเหนือ-ใต้ ตามที่ราบแคบๆ ที่ขนานไปกับแม่น้ำโชกาวะ ประกอบกันถึง 16 หมู่บ้าน

แต่ที่นักท่องเที่ยวนิยมเที่ยวมากที่สุด และเราเห็นรูปสวยๆ กันบ่อยๆ ก็คือ หมู่บ้านโอกิมาจิ (Ogimachi) ซึ่งเป็นหมู่บ้านหลักและมีขนาดใหญ่ที่สุดในชิราคาวาโกะนั่นเอง หมู่บ้านแห่งนี้ไม่ใช่หมู่บ้านชาวนาธรรมดา หากแต่เป็นหมู่บ้าน“มรดกโลก”เลื่องชื่อ ซึ่งองค์การยูเนสโกได้ประกาศขึ้นทะเบียนหมู่บ้านชิราคาวาโกะ ให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมเมื่อปี พ.ศ.2538(ค.ศ.1995) ควบคู่กับหมู่บ้านโกคายามา(Gokayama) จังหวัดโทยามา(Toyama)

กัสโซซึคุริ

ความพิเศษที่ไม่เหมือนที่ใด ด้วยภูมิประเทศที่ถูกแวดล้อมด้วยหุบเขา และมีหิมะปกคลุมเป็นจำนวนมากในฤดูหนาว จึงมีการสร้างบ้านที่มี สถาปัตยกรรมแบบ “กัสโซซึคุริ”(Gassho-Zukuri) คล้ายรูปแบบหมือนการพนมมือ ที่ทำมุม 60 องศาพอดี เราสามารถเดินขึ้นไปชมวิวในมุมสูงได้ที่จุดชมวิว แล้วเดินชมรอบๆ หมู่บ้าน มีแปลงทำนาให้เห็นอยู่ตลอดทาง กับบรรยากาศที่ดูสงบ ที่หาชมได้ยากในยุคปัจจุบัน หรือถ้าหากไปในฤดูหนาว ก็จะเห็นบ้านทุกหลัง ที่หลังคาถูกทับถมไปด้วยหิมะ พร้อมกับการจัดงานเทศกาลสุดพิเศษอย่างการเปิดไฟ (Light-up) ในช่วงเวลากลางคืน บอกเลยว่าสวยราวกับเทพนิยายเลยทีเดียว

นอกจากชิราคาวาโกะจะมีบ้านเก่าแก่สวยๆ ดั้งเดิมของญี่ปุ่นให้เราได้เดินชม เที่ยวเล่น ถ่ายรูปสวยๆ กันแล้ว ยังมีบ้านหลายๆ หลังที่เปิดเป็นร้านค้า ร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก ศาลเจ้า และที่พักโฮมสเตย์อีกด้วย ซึ่งที่จุดรับนักท่องเที่ยวจะมีแผนที่ของหมู่บ้านให้ เราสามารถเดินเที่ยวตามแผนที่นั้นได้เลย ไม่หลงแน่นอน!

บ้านทรงกัสโชสึคุริคืออะไร?

บ้านทรงกัสโชสึคุริ ชื่อนี้ได้มาจากคำว่า “กัสโช” ซึ่งแปลว่า “พนมมือ” ตามรูปแบบของบ้าน เป็นหนึ่งในรูปแบบสถาปัตยกรรมเก่าแก่ของญี่ปุ่น โดยมีเอกลักษณ์คือรูปร่างที่เหมือนกับการประสานมือหรือพนมมือจากการนำหลังคา แบบคายาบุกิมาต่อกันนั่นเอง คายาบุกิ คือวิธีการมุงหลังคาโดยใช้หญ้า เช่น หญ้าแพมพัส เป็นต้น หลังคาแบบคายาบุกิเป็นหลังคาแบบดั้งเดิมที่สืบทอดกันมาตั้งแต่อดีต นับเป็นการมุงหลังคาที่ไม่ต้องใช้ตะปูเลยสักตัวเดียว ว่ากันว่าจะมีการมุงหญ้าทับ 30-40 ปีต่อครั้ง และการสร้างหลังคาให้มีความลาดชันอย่างมากนี้ ก็เพื่อให้หิมะที่ตกลงมาทับถมกันหนัก ตกลงไปข้างล่างตามธรรมชาติ เนื่องจากชิราคาวาโกะมีหิมะตกหนักทุกปี

ในปัจจุบันเราสามารถพบเห็นบ้านทรงกัสโชสึคุรินี้ได้แค่ในชิราคาวาโกะและโกคายาม่า จังหวัดโทยาม่าเท่านั้น และด้วยเอกลักษณ์ความหายากนี้ทำให้เป็นเหตุผลสำคัญที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก และบ้านทรงกัสโชสึคุรินี้ก็ยังคงเป็นที่พักที่มีผู้คนพักอาศัยอยู่จริง และเป็นห้องจัดแสดงผลงานให้ผู้คนมาเยี่ยมชมแม้ในปัจจุบัน

ที่เที่ยวไม่ควรพลาดเมื่อมาชิราคาวาโกะ

1. วัดเมียวเซนจิ (Myozenji)

เป็นวัดที่อยู่ทางเหนือของหมู่บ้าน ความสวยงามของวัดนี้ที่ไม่เหมือนวัดอื่นๆ ในญี่ปุ่นก็คือ ประตูของหอระฆังมุงหลังคาแบบกัสโชสึคุรินั่นเอง ทำให้ที่นี่เป็นมรดกที่มีความสำคัญมากๆ กับหมู่บ้านไม่แพ้บ้านโบราณหลังอื่นๆ ค่ะ และวัดนี้ยังเป็นพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น ซึ่งจัดแสดงข้าวของ และเครื่องใช้ต่างๆ ในสมัยอดีตของชาวหมู่บ้านอีกด้วย

2. ศาลเจ้าชิราคาวะ ฮะจิมัน (Shirakawa Hachiman Shrine)

ที่ชิราคาวาโกะมีศาลเจ้าที่เก่าแก่อีกแห่งที่น่ามาเที่ยวไม่แพ้กับการเดินเล่นในหมู่บ้านเลยทีเดียว มีชื่อว่า ศาลเจ้าชิราคาวะ ฮะจิมัน ซึ่งเป็นศาลเจ้าชินโต และเป็นศาลเจ้าเก่าแก่แห่งเดียวในหมู่บ้านอีกด้วย ความพิเศษของศาลเจ้านี้ก็คือ มี หอผลิตสาเกโดบุโรคุ (Doburoku) ซึ่งเป็นสาเกที่หมักจากข้าวในหมู่บ้านแห่งนี้นั่นเองคะ่ และทุกๆ ช่วงเดือนกันยายน-ตุลาคม จะมีงานเทศกาลสาเกอีกด้วย ใครอยากลองชิมสาเก ก็แวะมาที่นี้ได้เลย

3. จุดชมวิวแม่น้ำโชคาวะ

จุดชมวิวแม่น้ำโชคาวะ

เส้นเลือดหลักของที่นี่ที่มีทั้งจุดชมริมตลิ่งบริเวณก้อนหิน 3 ก้อน และจุดชมวิวบริเวณสะพานแขวนที่มีความยาวประมาณ 100 เมตร สร้างทอดข้ามแม่น้ำสายนี้ ซึ่งนักท่องเที่ยวนิยมมาถ่ายรูปที่สะพานแห่งนี้กันเป็นจำนวนมาก

จุดชมวิวแม่น้ำโชคาวะ

4. จุดชมวิวชิโรยามา(Shiroyama)

เป็นจุดชมวิวมุมสูง ซึ่งถือเป็นจุดท่องเที่ยวไฮไลท์สำคัญของหมู่บ้านแห่งนี้ ที่หากใครมาแล้วไม่ได้ขึ้นไปชมวิวหมู่บ้านที่นี่ก็เหมือนมาไม่ถึง ภาพตามโปสการ์ด หรือ รูปถ่าย ที่เราเห็นส่วนมากก็คือ วิวสวยๆ ของหมู่บ้านชิราคาโกะ ที่ถ่ายจากมุมนี้นั่นเอง

จุดชมวิวชิโรยามาตั้งอยู่บนเนินเขา มีทั้งเส้นทางเดิน(ฟรี) และเส้นทางนั่งชัตเติ้ลบัส(เสียเงิน)ขึ้นไป จากบนนี้เมื่อมองลงไปจะเห็นภาพของหมู่บ้านชิราคาวาโกะ ที่นี่มีทั้งบ้านกัสโซซึคุริหลังคาทรงสามเหลี่ยมแหลมโดดเด่น กับบ้านเรือนสไตล์ญี่ปุ่นร่วมสมัยที่สรร้างอยู่ร่วมกันอย่างผสมกลมกลืน ท่ามกลางขุนเขาแวดล้อมดูสวยงามกว้างไกล

5. บ้านวาดาเกะ หรือ พิพิธภัณฑ์บ้านวาดะ (Wada House)

อดีตบ้านของหนึ่งในตระกูลผู้มั่งคั่งและเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการบริหารหมู่บ้านชิราวาโกะ พิพิธภัณฑ์เป็นบ้านกัสโซซึคุริอันโอ่อ่าหรูหรา มีขนาดใหญ่ที่สุดในหมู่บ้าน มี 3 ชั้น แบ่งเป็นห้องต่าง ๆ เช่น ห้องนอน ห้องสำหรับครอบครัว ห้องรับแขกสไตล์ญี่ปุ่นโบราณ ห้องบูชาพระ เป็นต้น

6. พิพิธภัณฑ์บ้านคันดะ (Kanda House)

บ้านกัสโซซึคุริโบราณที่ได้รับการอนุรักษ์ให้คงอยู่ในสภาพเดิม พร้อมกับบรรยากาศแบบเดิม ๆ เป็นบ้านขนาดใหญ่ มีทั้ง 4 ชั้นด้วยกันชั้นล่าง เป็นโถงรับแขก มีเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์พร้อมกับเจ้าหน้าที่ที่หนุ่มมาดเท่ผู้เปี่ยมไปด้วยอัธยาศัยไมตรี มีมุมจิบน้ำชาสำหรับนักท่องเที่ยว ส่วนติด ๆ กันเป็นห้องครอบครัว มีเตาไฟโบราณตั้งเด่นอยู่กลางบ้าน กำลังต้มน้ำร้อนเดือดกรุ่นเอาไว้ชงบริการนักท่องเที่ยว นอกจากนี้ก็ยังมีส่วนพื้นชั้นล่างที่เปิดเป็นช่องสู่ใต้ถุน(ดิน) ทำไว้สำหรับเก็บพืชผลทางการเกษตร ต่อจากนั้นจะมีบันไดไม้ที่แคบและชันนำสู่ชั้น 2,3,4 (เวลาเดินขึ้น-ลง ต้องระมัดระวังให้ดี) ที่จัดแสดงอุปกรณ์ข้าวของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันของชาวบ้านในอดีต

ไปชิราคาโกะทั้งที ต้องลองชิม

อาหารท้องถิ่นของชิราคาวาโกะถูกปรุงด้วยน้ำจากแหล่งน้ำใสสะอาดบนภูเขา อาหารของที่นี่มีรสชาติที่แตกต่างจากอาหารญี่ปุ่นทั่วไป มาลิ้มลองรสชาติดั้งเดิมของชนบทญี่ปุ่นแห่งนี้กันเถอะ

เนื้อฮิดะ
เนื้อฮิดะ
เนื้อฮิดะเป็นเนื้อวัวที่โด่งดังของชิราคาวาโกะและเขตฮิดะ เนื้อวัวคุณภาพดีชนิดนี้มาจากธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์และการเพาะพันธุ์ที่ยอดเยี่ยมของฮิดะ ลวดลายไขมันบนเนื้อดูงดงามราวกับงานศิลปะ เนื้อฮิดะเป็นที่เลื่องชื่อในรสชาติ ความนุ่ม และเนื้อสัมผัสที่ละลายในปาก เนื้อฮิดะเคยชนะการประกวดเนื้อวัวของญี่ปุ่นด้วย
เนื้อฮิดะนั้นมีขายกันทั้งเมืองเรียกได้ว่าเดินไปร้านไหนก็ต้องเจอเมนูนี้ ทั้งแบบเป็นอาหารเซท แบบย่างเสียบไม้ ซาลาเปาเนื้อฮิดะ ซูชิเนื้อฮิดะ และแบบมันบดทอดกรอบเนื้อฮิดะ ก็มีให้ลองชิมกัน

โกะเฮโมจิ
โกะเฮโมจิ เป็นข้าวที่ยังไม่สุกนำมาปั้น เสียบไม้ ทาซอสมิโซะกับวอลนัท และย่างเพียงฝั่งเดียว อาหารชนิดนี้เป็นอาหารท้องถิ่นของเขตฮิดะ ชิราคาวาโกะมีโกะเฮโมจิที่ทำจากข้าวท้องถิ่น 100% และมีโกะเฮโมจิที่ทำจากข้าวสีดำ ข้าวฟ่าง หรือข้าวชนิดอื่นๆให้เลือกลองกินอีกด้วย ความหอมของซอสและเนื้อสัมผัสหนึบๆของข้าว ช่างเข้ากันเป็นอย่างดี

อิชิโทฟุ
อิชิโทฟุ หรือ เต้าหู้หิน ทำจากถั่วเหลืองปริมาณ 2 เท่าของเต้าหู้ทั่วไป เต้าหู้ชนิดนี้มีความแน่นและแข็ง ซึ่งเมื่อนำไปปรุงอาหารจะเละยาก อิชิโทฟุสามารถนำไปทำ “เต้าหู้ซาชิมิ” โดยหั่นบางๆแล้วจิ้มโชยุกับวาซาบิ แม้ว่าอิชิโทฟุจะมีความแข็งแต่รสสัมผัสเมื่อเข้าปากกลับนุ่มลิ้นเหมือนกินพุดดิ้ง เต้าหู้ชนิดนี้สามารถนำไปทำเต้าหู้ย่างเด็งกักคุและสเต็กเต้าหู้ได้อีกด้วย

โซบะ
ตั้งแต่สมัยก่อนบริเวณภูเขาเป็นแหล่งปลูกต้นโซบะที่อุดมสมบูรณ์ ต้นโซบะสามารถเจริญเติบโตบนภูเขาได้ดีแม้แต่ในบริเวณที่ปลูกพืชชนิดอื่นไม่ขึ้น เรียกได้ว่าโซบะเป็นอาหารของชาวบ้านบนเขาอย่างแท้จริง ปัจจุบันโรงแรมและร้านอาหารหลายแห่งในชิราคาวาโกะมีเส้นโซบะโฮมเมดให้ลิ้มลอง โซบะของชิราคาวาโกะเกิดจากการนวดเส้นด้วยโม่หิน นำไปต้มจนได้เส้นโซบะสดแสนอร่อย อีกหนึ่งเคล็ดลับของรสชาติอันยอดเยี่ยมของโซะบะคือน้ำบริสุทธิจากแหล่งน้ำบนภูเขานั่นเอง

ปลาแม่น้ำ
ชาวชิราคาวาโกะนำปลาที่ได้จากแม่น้ำบนภูเขามาย่างกินเป็นอาหาร ในที่พักแรมส่วนมากมีปลาอิวานะย่างเกลือและเหล้าสาเกก้างอิวานะ เสิร์ฟให้แก่ผู้มาใช้บริการ ปัจจุบันร้านอาหารบางแห่งมีการเพาะเลี้ยงปลาในตู้โดยใช้น้ำแร่ธรรมชาติ ทำให้สามารถรับประทานปลาสดๆได้ทันที เมนูซาชิมิปลาแม่น้ำต่างๆ เช่น อิวานะ อานาโกะ(ปลาไหล) นิจิมาสุ ฯลฯ

เซ็ตอาหาร โฮบะมิโซะ
โฮบะมิโซะ เป็นอาหารพื้นเมืองของเขตฮิดะซึ่งเป็นที่ตั้งของชิราคาวาโกะ อาหารจานนี้ทำโดยนำมิโซะ ต้นหอม ผักป่า เห็ด เนื้อ ฯลฯ วางบนบนใบโฮบะแล้วจุดไฟย่าง ซึ่งใบโฮบะในทำหน้าที่รองอาหารแทนจาน นอกจากมิโซะจะช่วยชูรสของวัตถุดิบอื่นๆแล้ว มิโซะย่างยังมีกลิ่นหอมชวนน้ำลายสอและรสชาติเข้มข้มเหมาะกับการรับประทานพร้อมข้าวสวยอีกด้วย

เบียร์ ชิราคาวาโกะ
เบียร์ ชิราคาวาโกะ เป็นสุดยอดโอท็อป ของจังหวัด gifu ไปลองชิมกันได้ที่ ชิราคาวาโกะ

ชิราคาวาโกะ

ซอฟท์ครีม
ไอศครีมแบบ Soft Serve วางขายไว้คลายร้อน หาซื้อได้ง่ายๆ ทั่วไปเต็มไปหมด วึ่งมีหลากหลายรสชาติ ให้เลือกเช่น ชอคโกแลต วนิลา มันม่วง งาดำ ฯลฯ

ชิราคาวาโกะ

ลายแทงร้านอร่อย

ร้าน Irori
 ร้าน Irori

ร้าน Irori เป็นร้านในกระท่อมสไตล์ Gassho ที่ภายในร้านมีหลุมเตาผิงกลางบ้าน เรียกว่า อิโรริ ซึ่งช่วยสร้างบรรยากาศผ่อนคลายสบายๆ ให้คุณรู้สึกราวกับว่าได้ย้อนไปยังยุคญี่ปุ่นโบราณ สำหรับเมนูฮิตของร้านคือ “เซ็ตเต้าหู้ย่าง” ซึ่งใช้ “เต้าหู้แข็ง หรือ เต้าหู้หิน” ซึ่งเป็นของดังประจำชิราคาวาโกะเป็นวัตถุดิบ และยังมี “เซ็ตโทโทโระ เท็ปปังยากิ” เมนูประจำร้านที่ผสมผสานระหว่างมันเทศบดผง ผักป่าและไข่อีกด้วย

 ร้าน Irori

ร้าน Gassho
“Gassho” เป็นร้านอาหารท้องถิ่นในกระท่อมสไตล์ Gassho เมนูดังของร้าน เช่น เนื้อฮิดะย่างบนใบโฮบะและซอสมิโซะ ที่มีกลิ่นใบโฮบะ อันหอมหวาน และซุปถั่วเหลืองบดสุตตาเตะ อีกทั้งผักป่านานาชนิดก็เป็นอาหารที่สามารถทานได้ในภูมิภาคนี้เท่านั้น นอกจากนี้ ยังมีของหวาน เช่น มิทาราชิดังโงะ โกะเฮโมจิ เซนไซ (ถั่วแดงต้มน้ำเชื่อมใส่โมจิ) และอื่นๆอีกมากมายที่เหมาะกับการแวะพักชิมชาเป็นอย่างมาก

 เนื้อฮิดะย่างบนใบโฮบะ

ร้าน Tenkara
ร้าน Tenkara ที่นี่เป็นร้านอาหารที่มีชื่อเสียงถึงขั้นมีรายการโทรทัศน์มากมายมาถ่ายทำและมีลูกค้าประจำเป็นจำนวนมาก ทางร้านจะรับเนื้อคุณภาพดีมาจากร้านค้าเนื้อสัตว์ที่มีชื่อเสียงมาอย่างยาวนาน โดยเมนูที่นิยมมากที่สุดคือเมนูเซ็ต เช่น เนื้อฮิดะปิ้งย่าง และข้าวหน้าปลาไหลฮิตสึมาบุชิ นอกจากนี้ยังมีเมนูอีกหลายประเภทให้ลิ้มลองเนื้อฮิดะได้เช่นกัน เช่น ข้าวหน้าเนื้อฮิดะย่าง สเต็กแฮมเบอร์เกอร์ เนื้อโฮบะมิโสะ

ร้าน คิตะโนะโช (KITANOSYO)
ร้าน คิตะโนะโช ที่เป็นบ้านทรงกัสโชซึคุรินี้ เป็นร้านที่สามารถเพลิดเพลินกับอาหารขึ้นชื่ออย่าง เนื้อฮิดะ ได้ ภายในร้านกว้างขวาง เป็นห้องโถงหลังคายกสูง มีโต๊ะที่นั่งบนเสื่อทาทามิแบบญี่ปุ่น อยู่ 8 โต๊ะ ล้อมรอบเตาถ่านโบราณ ที่ให้ความอบอุ่นไปทั่วทั้งร้าน เมนูที่น่าสนใจคือ เนื้อฮิดะ โฮบะมิโซะ เป็นการย่างมิโซะบนใบโฮบะ บอกเลยว่าน่าทานมากๆ

ของฝากยอดนิยม

ผ้าไหมและลูกบอลไหม
ชิราคาวาโกะมีสินค้าของที่ระลึกที่ทำจากไหมมากมายเนื่องจากในสมัยก่อนการเลี้ยงไหมเป็นอุตสาหกรรมหลักของที่นี่ นอกจากผ้าพันคอแล้ว สินค้าที่ทำจากไหมที่กำลังเป็นที่นิยมคือสบู่ ชาวชิราคาวาโกะฟื้นฟูการเลี้ยงไหมและคิดค้นสบู่ไหมขึ้น อีกหนึ่งผลิตภัณฑ์จากไหมคือลูกบอลไหม “คินุเทมาริ” สินค้าจากไหมเหล่านี้เป็นเอกลักษณ์ของชิราคาวาโกะ

โดบุโรคุ โยคัง
โดบุโรคุเป็นเหล้าสาเกหมักที่มีสีขาวซึ่งถูกใช้ใน “เทศกาลโดบุโรคุ” เทศกาลพื้นเมืองของชิราคาวาโกะที่จัดขึ้นในฤดูใบไม้ร่วง เหล้าสาเกดังกล่าวถูกนำมาใส่ในโยคัง(วุ้นญี่ปุ่นรสสหวาน) จนกลายเป็น “โดบุโรคุ โยคัง” ลิ้มรสเหล้าสาเกไปพร้อมๆกับรสสัมผัสของวุ้น เด็กๆก็สามารถกินได้เพราะแอลกอฮอล์ถูกกำจัดไปในกระบวนการให้ความร้อนแล้ว

ชิโสะโมนากะ
โมนากะเป็นขนมหวานญี่ปุ่นที่ทำโดยนำโมจิมาห่อถั่วแดงกวน “ชิโสะโมนากะ” ของชิราคาวาโกะมีเอกลักษณ์คือรูปร่างที่ถูกทำให้เหมือนบ้านกัสโชสึคุริ นอกจากนี้ในไส้ถั่วแดงยังใส่ใบชิโสะเพื่อเพิ่มรสชาติที่แตกต่างด้วย ของฝากชนิดนี้เป็นสินค้าที่เห็นแล้วก็รู้เลยว่าซื้อมาจากที่ไหน

Magnet และ พวงกุญแจ
มีหลายลาย หลายแบบมากๆ มีทั้งรูปบ้านทรงกัสโชซึคุริ หรือจะเป็นรูปวิวของหมู่บ้านชิราคาวาโกะ ฤดูกาลต่างๆ ให้เลือกซื้อกลับไปเป็นของฝากเพื่อนๆ ญาติๆ ตามต้องการ

บ้านทรงกัสโซ่จำลอง
มีหลายขนาด หลายแบบ ซึ่งไม่ได้มีดีแค่ตั้งโชว์เท่านั้น ยังมีแบบเป็นกระปุกออมสิน เป็นลิ้นชักใส่ของ ก็มี ราคาอาจจะแรงไปสักหน่อย แต่บอกเลยว่าสวย ดูดีมากๆ น่าเอากลับไทยจริงๆ

โปสการ์ด
มีหลายลายมากๆ จนอาจจะเลือกไม่ถูกกันเลยทีเดียว มีทั้งรูปวิวของหมู่บ้านในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีรูปวิวของหมู่บ้านในช่วงฤดูหนาวทั้งกลางวัน และกลางคืนที่มีการประดับไฟ บอกเลยว่าสวยราวเทพนิยายเลย หากใครขี้เกียจไปล้างรูปเอง แนะนำว่าซื้อโปสการ์ดไปแทนก็ไม่เลว

สำหรับใครที่กำลังวางแผนจะไปเที่ยวชิราคาวาโกะ เราบอกได้เลยว่า สามารถมาเที่ยวได้ในทุกช่วงฤดูกาลเลยค่ะ เพราะแต่ละฤดูมีความสวยงามที่แตกต่างกันไป ช่วงไหนเป็นอย่างไรเรามีคำตอบ เที่ยวชิราคาวาโกะ เดือนไหนดี ที่นี่มีคำตอบ

 

บอกให้เพื่อนของคุณทราบ