รีวิวเที่ยวฮ่องกงฉบับมินิไกด์ เที่ยวง่าย เที่ยวสบาย สไตล์มือใหม่หัดเที่ยว

ฮ่องกง มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า เขตบริหารพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นเขตปกครองตนเองริมฝั่งทางใต้ของประเทศจีน โดยเราสามารถแบ่งเขตท่องเที่ยวสำหรับสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจหลัก ๆ ออกเป็น 4 เขต คือ เกาะฮ่องกง, ฝั่งเกาลูน, เขตดินแดนใหม่ (New Territories) และเกาะอื่น ๆ

ย่านเซ็นทรัล (Central) เป็นศูนย์กลางทางธุรกิจของฮ่องกง เป็นที่ตั้งของบริษัทธุรกิจชั้นนำของเอเชีย ธนาคารนานาชาติ สำนักงานใหญ่ของรัฐบาล และอาคารศาลสูงสุด พื้นที่ส่วนใหญ่ประกอบไปด้วยตึกสูงระฟ้า ที่เป็นอาคารสำนักงานและศูนย์การค้าอันทันสมัย ตลอดจนโรงแรมระดับ 5 ดาว อาคารที่มีชื่อเสียงที่ตั้งอยู่ในย่านเซ็นทรัลนี้ ได้แก่ อาคาร Bank of China Tower และ อาคาร Hongkong Bank ท่ามกลางความทันสมัยเหล่านี้ยังมีถนนแบบขั้นบันไดอันเก่าแก่ ซึ่งได้รับการบันทึกว่าเป็นทางเลื่อนต่อเนื่องที่ยาวที่สุดในโลก และนอกจากนี้เรายังสามารถพบเห็นสวนสาธารณะที่ร่มรื่นเขียวขจีแทรกตัวอยู่ทั่วไป นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมายังเขตเซ็นทรัลได้โดยรถไฟใต้ดิน ลงสถานี Central หรือ สถานี Hongkong

ฮ่องกงมีชื่อเสียงในด้านการเป็นแหล่งชอปปิ้ง โดยย่านที่มีชื่อเสียง เช่น จิมซาจุ่ย, ย่านเซ็นทรัล เป็นต้น แหล่งท่องเที่ยวอื่น ๆ เช่น สวนสนุก ฮ่องกง ดิสนีย์แลนด์ รีสอร์ท, สวนสนุกโอเชียนปาร์ค, วิกตอเรียพีค, พระใหญ่วัดโปลิน, วัดหวังต้าเซียน, Repulse Bay นอกจากนั้นยังมีการแสดง Symphony of lights ซึ่งเป็นมัลติมีเดียโชว์ที่ติดตั้งถาวรใหญ่ที่สุดในโลก

ฮ่องกง เป็นเมืองที่ไม่เคยหลับใหล นอกจากสถานที่ท่องเที่ยว และธรรมชาติแล้ว ยังมีทั้งร้านค้า คาเฟ่ สตรีทฟู้ด แหล่งช้อปปิ้ง รวมถึงผับบาร์ อยู่ทั่วเกาะ จึงทำให้ฮ่องกงเป็นอีกหนึ่งปลายทางยอดฮิตของนักท่องเที่ยวอยู่เสมอ สำหรับใครที่มีแพลนจะไปเที่ยวต่างประเทศ แต่ยังนึกไม่ออกว่าจะไปไหนดี เราขอเสนอฮ่องกงให้เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกของเพื่อนๆ หลังจากได้อ่าน รีวิวเที่ยวฮ่องกงฉบับมินิไกด์ เที่ยวง่าย เที่ยวสบาย สไตล์มือใหม่หัดเที่ยว แล้วรับรองเลยว่าเพื่อนๆ จะต้องอยากเก็บกระเป๋าไปเที่ยวแน่นอน

นองปิง 360

รีวิวเที่ยวฮ่องกงฉบับมินิไกด์

ข้อควรรู้ก่อนเที่ยวฮ่องกง

1. Adaptor ขาดไม่ได้ ถ้าหอบเครื่องใช้ไฟฟ้าหรือที่ชาร์ตแบตมือถือไป สิ่งสำคัญอย่างหนึ่ง ที่ควรเตรียมติดกระเป๋าไป คือ Adaptor เพราะที่ ฮ่องกง ใช้ปลั๊กไฟ 3 ขา
2. ควรซื้อบัตร Octopus ติดตัวไว้ เพราะใช้ขึ้นรถเมล์ ซื้อของใน 7-11 , Food court หรือตาม Supermarket ได้สะดวก (ซื้อได้ที่สถานี MTR ทุกสถานี)
และหากต้องเดินทางทั้งวัน ควรซื้อบัตร MTR แบบ Day pass เพื่อต่อรถไฟฟ้าไปไหนต่อไหนทั้งวัน จะคุ้มกว่า
3. มี Free wi-fi ในสถานที่สำคัญเกือบทั้งเกาะ แต่ทางที่ดีควรเช่า pocket wifi หรือซื้อ ซิมท่องเที่ยว จากไทยไปจะสะดวกกว่า
4. ฮ่องกงเมืองแห่งระเบียบวินัย
– การข้ามถนนก็ต้องรอสัญญาณไฟเสมอ และข้ามตรงทางม้าลายเท่านั้น หรือการเรียกรถแท็กซี่ ก็ต้องมีการเข้าคิว ต่อแถวตรงจุดที่กำหนด
– การทิ้งขยะไม่ถูกที่หรือการถ่มน้ำลายในพื้นที่สาธารณะก็อาจถูกปรับเป็นเงินหลายพันบาทได้
– เวลาขึ้นบันไดเลื่อนที่รถไฟฟ้าใต้ดิน ถ้าไม่รีบให้ชิดขวาเท่านั้น คนที่ฮ่องกงใช้ชีวิตแบบรีบเร่งมาก จะใช้ช่องทางซ้ายมือเดินนำตลอด ใครไม่หลบมีถูกชนได้
5. ค่าแท็กซี่ ค่อนข้างแพง กรณีเดินทางข้ามฝั่งระหว่างเกาลูนและเกาะฮ่องกง รถทุกคันต้องจ่ายค่าบริการใช้อุโมงค์ข้ามฟาก และอีกหนึ่งข้อจำกัดของแท็กซี่ที่นี่ คือ การจำกัดจำนวนผู้โดยสาร 5 คน ต่อคัน
6. ร้านอาหารบางร้าน ไม่มีเมนูภาษาอังกฤษ
7. รถเมล์ฮ่องกงต้องยืนต่อแถว โดยป้ายรถเมล์จะแยกเป็นแต่ละสาย
8. บริการด่วน Airport Express Link คือ รถไฟสาย เออีแอล (AEL) รถไฟสายด่วน จากสนามบินแล่นถึงใจกลางเมือง ด้วยเวลาเพียง 20 นาทีเท่านั้น และที่สำคัญ ขากลับ หากเลือกใช้บริการนี้จากในเมืองมาที่สนามบิน สามารถเช็คอิน และโหลดกระเป๋าได้ที่สถานีรถไฟใจกลางเมือง โดยไม่ต้องหอบสัมภาระให้ลำบาก หรืออยากจะเช็คอิน ส่งกระเป๋าขึ้นเครื่องล่วงหน้า แล้วเอาเวลาไปเดินช้อป เที่ยวฮ่องกง ได้อีกนิดหน่อย ค่อยขึ้นรถไฟไปสนามบินก็ได้เช่นกัน

วิธีการเดินทางของฮ่องกง

1. การเดินทางจากสนามบินฮ่องกงเข้าเมือง

สนามบินนานาชาติฮ่องกง (Hong Kong International Airport) ตั้งอยู่ที่เกาะลันเตา วิธีเดินทางจากสนามบินนานาชาติฮ่องกงเข้าในเมืองมีหลายวิธี ดังนี้

1.1 รถไฟ (Airport Express)
เป็นวิธีการเดินทางเข้าเมืองที่รวดเร็วที่สุด จากสนามบิน (Airport Station) รถไฟจะจอดเพียงแค่ 3 สถานีเท่านั้น คือ

  • Tsing Yi Station เชื่อมต่อกับ Tung Chung Line (สายสีส้ม) (ใช้เวลาเดินทาง 13 นาที)
  • Kowloon Station เชื่อมต่อกับ Tung Chung Line (สายสีส้ม) (ใช้เวลาเดินทาง 21 นาที)
  • Hong Kong Station เชื่อมต่อกับ Tsuen Wan Line (สายสีแดง) และ Kennedy Town / Chai Wan Line (สายสีน้ำเงิน) (ใช้เวลาเดินทาง 24 นาที)

โดยที่สถานี Kowloon Station และ Hong Kong Station ที่รถไฟ Airport Express จอด นอกจากจะสามารถเปลี่ยนไปขึ้นรถไฟสายอื่นๆ ได้แล้ว ยังมี Shuttle Bus ให้บริการนำผู้โดยสารไปส่งยังโรงแรมใหญ่ๆ ในเมืองฮ่องกงต่อโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

จุดขึ้นรถไฟ: Airport Station อยู่ที่ชั้น 5 ของอาคารผู้โดยสารขาเข้า (L5 Arrival Platform) ให้เดินตามสัญลักษณ์บอกทางคำว่า To City ไปเรื่อยๆ

1.2 รถบัส (Bus)
เป็นวิธีเดินทางราคาประหยัด และได้รับความนิยมในหมู่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ เนื่องจากมีหลายสายจากสนามบินไปยังย่านต่างๆ ทั้งบนเกาะเกาลูนและเกาะฮ่องกง โดยได้แก่สาย A10, NA11, A11, A12, A20, A21, A22, A29 ราคาโดยสารจะอยู่ที่เที่ยวละประมาณ HK$ 30 – 40 และใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 – 50 นาที ซึ่งอาจมีความแตกต่างออกไปตามจุดหมายปลายทาง

  • รถบัสสาย A11 วิ่งไปฝั่งเกาะฮ่องกง (Hong Kong Island)
  • รถบัสสาย A21, A22 และ A29 วิ่งไปฝั่งเกาลูน (Kowloon)

จุดขึ้นรถบัส: อยู่ที่ Ground Transportation Bus Centre Terminus ให้เดินตามสัญลักษณ์บอกทางคำว่า Bus ไป ซึ่งจะเป็นบริเวณขึ้นรถบัสสายต่างๆ จากสนามบินเข้าตัวเมือง

1.3 รถแท็กซี่ (Taxi)
เป็นวิธีเดินทางที่สะดวกสบายที่สุดสำหรับนักท่องเที่ยว รถแท็กซี่ในฮ่องกงจะ แบ่งเป็น 3 สี สำหรับให้บริการใน 3 พื้นที่ ได้แก่

  • สีแดง ในเขตตัวเมืองฮ่องกง และเกาลูนทั้งหมด ราคาจะแพงที่สุด
  • สีเขียว เขตนิวทอริทอรี่ (New Terirories)
  • สีฟ้าให้บริการภายในเกาะลันเตา (Lantau)

จุดขึ้นแท็กซี่: จุดขึ้นแท็กซี่ที่สนามบินฮ่องกงจะอยู่ทิศทางเดียวกันกับจุดขึ้นรถบัส ให้เดินตามสัญลักษณ์บอกทางคำว่า Taxi ไปเรื่อยๆ สามารถหาได้ไม่ยาก

2. การเดินทางในเมืองฮ่องกง

2.1 เรือข้ามฟากสตาร์เฟอรี่ (Ferries)
สตาร์เฟอรี่ (Star Ferry) คือบริการเรือโดยสารข้ามฟากอ่าววิคตอเรีย (Victoria Harbour) ที่ให้บริการระหว่างเกาะฮ่องกง (Hong Kong Island) และ เกาลูน (Kowloon) แบ่งออกเป็น 2 สายข้ามอ่าววิคตอเรีย โดยสายหลักคือสายที่ให้บริการระหว่างเซ็นทรัล (Central) และจิมชาฉุ่ย (Tsim Sha Tsui) ได้รับความนิยมเนื่องจากราคาไม่แพง ให้บริการตั้งแต่เวลา 6.30 น. – 23.30 น. ทุกวัน

จุดขึ้นเรือ:

  • ท่าเรือฝั่งเซ็นทรัล ตั้งอยู่ติดกับ Hong Kong Maritime Museum, เฟอร์ริสวีล (Ferris Wheel) ที่สามารถมองเห็นได้อย่างเด่นชัด และไม่ไกลจากรถไฟ MTR สถานี Central Station
  • ท่าเรือฝั่งเกาลูนหรือจิมชาฉุ่ย ตั้งอยู่ติดกับ Hong Kong Cultural Centre, Kowloon Ferry Terminal ซึ่งเป็นท่าเรือสำหรับการเดินทางข้ามไปมาระหว่างฮ่องกงและมาเก๊า และไม่ไกลจากรถไฟ MTR สถานี East Tsim Sha Tsui Station

2.2 รถบัสและมินิบัส (Buses and Minibuses)
รถบัสในฮ่องกงมี 2 ประเภท คือรถบัส (Bus) เป็นรุ่นใหม่แบบ 2 ชั้นมีแอร์คอนดิชั่น คล้ายๆ กับรถทัวร์ของไทย และรถบัสเล็ก (Minibus) รุ่นเก่าแบบ 16 ที่นั่งไม่มีแอร์ สำหรับรถบัสสาย A ตามด้วยตัวเลขต่างๆ (A10 A11 A12 A21 A22 A29 A31 A33 A41 A41P A43) จะให้บริการจากตัวเมืองไปสนามบินหรือจากสนามบินมาตัวเมืองเท่านั้น ส่วนใหญ่ให้บริการตั้งแต่เวลา 5.30 น.หรือ 6.00 น. ไปจนถึง 12.00 น. หรือ 12.30 น.

จุดขึ้นรถบัส: ป้ายรถบัสสายที่ต้องการจะขึ้นให้ตรงกับหมายเลขป้ายซึ่งจะมีบอกไว้ที่แต่ละป้าย

2.3 รถไฟฟ้า (MTR)
ฮ่องกงมีเครือข่ายการขนส่งทางรถไฟที่กว้างขวางครอบคลุมทั่วทั้งเกาะ เป็นระบบขนส่งสาธารณะที่ได้รับความนิยมมากที่สุดและเป็นวิธีที่สะดวกในการเดินทางข้ามเมือง โดยเชื่อมต่อเกาะฮ่องกง, เกาลูน, New Territories และเกาะลันเตา ให้บริการตั้งแต่เวลา 6.00 น. ถึง 1.00 น. โดยรถไฟส่วนใหญ่จะวิ่งทุก 2 – 4 นาที

2.4 รถราง (Trams)
เป็นหนึ่งในระบบขนส่งสาธารณะที่เก่าแก่ที่สุดในฮ่องกง รถรางฮ่องกงมีเส้นทางรถรางทั้งหมด 6 เส้นทาง ทุกเส้นทางจะวิ่งผ่านใจกลางเมือง ให้บริการตั้งแต่ 06:00-24:00 นอกจากนี้ทำหน้าที่ด้านการขนส่งแล้วรถรางยังกลายเป็นสิ่งที่น่าตื่นตาตื่นใจและได้รับความนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวเมื่อมาฮ่องกงอีกด้วย

*บัตร Octopus*
สามารถใช้ได้ตั้งแต่ ขึ้นรถไฟ MTR, รถราง ไปจนถึงรถเมล์ สามารถใช้ซื้อของในซูเปอร์มาร์เก็ตต่าง ๆ ร้านสะดวกซื้ออย่าง 7-11 และร้านอาหารฟาสฟู๊ด เท่านั้นไม่พอ ยังสามารถใช้ซื้อตั๋วหนัง ใช้จ่ายค่าเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ และใช้จ่ายค่าจอดรถได้อีกด้วย เรียกได้ว่าในหลายๆ พื้นที่บริการต่างๆ ทั่วทั้งฮ่องกงในทุกวันนี้ รองรับการชำระผ่านบัตร Octopus กันแทบทุกที่ แค่คุณมี บัตร Octopus บัตรเดียว ก็เที่ยวได้ทั่วฮ่องกงเลย
สามารถซื้อได้ตั้งแต่ที่เคาน์เตอร์ Airport Express อยู่ตรงหน้า Arrival Hall ในสนามบินฮ่องกงได้เลยค่ะ นอกจากนี้ยังสามารถซื้อได้ที่ Customer Service Centre ภายในสถานีรถไฟ MTR ทุกสถานี และร้านสะดวกซื้อ 7-11 อีกด้วย

กิจกรรมยอดฮิต

1. ฮ่องกง ดิสนีย์แลนด์ (Hong Kong Disneyland)
เชื่อเลยว่า “ฮ่องกง ดิสนีย์แลนด์” จะต้องเป็นสวนสนุกที่เด็กๆ หลายคนใฝ่ฝันอย่างแน่นอน เพราะที่สวนสนุกแห่งนี้เป็นสวนสนุกของวอลต์ ดิสนีย์ ดังนั้นทุกสิ่งทุกอย่างก็ล้วนแต่คุมธีมพาร์คเป็นดิสนีย์ทุกอย่าง มีแม้กระทั่งโรงแรมดิสนีย์น่ารักๆ อยู่ภายใน และเครื่องเล่นที่พาให้หลุดจากจินตนาการสู่ความเสมือนจริง เหมือนได้สัมผัสความฝันที่อยู่ตรงหน้ายังไงอย่างงั้น ด้วยเครื่องเล่นในธีมต่างๆ ของ วอลต์ ดิสนีย์ ที่นิยมทั้งเด็กและผู้ใหญ่ โดยแบ่งเป็นเครื่องเล่นและโชว์สุดอลังการ ซึ่งถูกแบ่งเป็น 7 ธีม ได้แก่ Main Street USA, Fantasy Land, Adventure Land, Tomorrow land, Grizzly Gulch, Mystic Point และ Toy Story Land สำหรับใครที่เป็นแฟนพันธุ์แท้ดิสนีย์ บอกเลยว่าไม่ควรพลาด เพราะดิสนีย์แลนด์ฮ่องกง เป็นดิสนีย์แลนด์ที่ใกล้ประเทศไทยมากที่สุดแล้ว

2. ไหว้พระ ขอพร
สำหรับสายบุญ หลายๆ คนตั้งใจมาฮ่องกง เพื่อการทำบุญ ไหว้พระ เสริมความเป็นสิริมงคลให้ชีวิตโดยเฉพาะ ด้วยที่นี่เป็นที่ตั้งของวัดดังมากมาย ซึ่งขึ้นชื่อในเรื่องความศักดิ์สิทธิ์ แก้ชง เสริมดวง ครบทุกด้าน ทั้งด้านสุขภาพ ความรัก โชคลาภ ค้าขาย การเงินการงานต่างๆ วัดดังยอดนนิยมเช่น วัดพระใหญ่โปลิน หรือวัดพระใหญ่ (Polin Temple), วัดหวังต้าเซียน หรือ วัดหว่องไทซิน (Wong Tai Sin Temple), วัดแชกง หรือ วัดกังหัน (Che Kung Temple) เป็นต้น

วัดหวังต้าเซียน

วัดกังหันลม

วัดแชกงหมิว

วัดเจ้าแม่กวนอิมทินหัว

3. นั่งรถราง ชมเมือง
นั่งรถรางเปิดประทุน หรือ Tramoromic ชมเมือง ระยะเวลา 1 ชั่วโมงเต็ม จากสถานี Causeway bay ไปยัง Western Market หรือ Western Market ไปยัง Causeway bay มีบริการทุกวัน วันละ 3 เที่ยว

4. ตะลุยช้อปปิ้งย่านดังในฮ่องกง
ฮ่องกง นับเป็นสวรรค์ของนักช้อป เพราะมีสินค้าหลากหลายแบบให้เลือกมากมาย ในราคาไม่แพง เช่นร้านค้าแบรนด์เนม สินค้าความสวยความงาม สินค้าสำหรับเด็ก สินค้าแฟชั่น แฮนด์เมด ลิมิเต็ดอิดิชั่น สตรีทแบรนด์ และสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ชั้นนำ ซึ่งมีแหล่งช้อปปิ้งสุดฮิตในฮ่องกงทั่วเกาะ เช่น จิมซาจุ่ย (Tsim Sha Tsui), ถนนแคนตั้น (Canton Road), มงก๊ก (Mongkok), สแตนลีย์ (Stanley) เป็นต้น ไม่เพียงแต่จะหนาแน่นไปด้วยสิ่งของที่น่าสนใจ ยังรวบรวมเอาแบรนด์ระดับโลกมาไว้ที่นี่ที่เดียวอีกด้วย

5. ตระเวนชิมร้านมิชลินสตาร์ ติ๋มซำ และสตรีทฟู้ด
ฮ่องกงไม่ได้เป็นเพียงสวรรค์ของเหล่านักช้อป แต่ “ฮ่องกง” ยังเป็นจุดหมายปลายทางอันดับต้นๆ ของเหล่าสายกินจากทั่วโลก เพราะเกาะเล็กๆ แห่งนี้อัดแน่นไปด้วยร้านอาหารแสนอร่อยทั้งคาวหวาน และความที่ชาวฮ่องกงพิถีพิถันเรื่องกินเป็นพิเศษ ดังนั้นร้านอาหารที่นี่ส่วนใหญ่อร่อยเด็ดแทบทุกร้าน มักเปิดมายาวนาน แถมช่วงพีคยังต้องรอคิวเป็นชั่วโมงกว่าจะได้ทานกัน เมนูเด็ดของที่นี่เช่น ติ่มซำ, หมูสามชั้นทอด ย่าง, หมูผัดเปรี้ยวหวาน, บะหมี่, ทาร์ตไข่ เป็นต้น

อาหารฮ่องกง

แต่ละเมนูยั่วน้ำลายขั้นสุด อย่ามัวแต่น้ำลายหก รีบเคลียร์งานพร้อมไปลุยกินจุกๆ ที่ฮ่องกงกันได้แล้ว และเพื่อทริปที่เป๊ะปัง ไม่สะดุดทุกการกิน ก็ควรวางแพลนเที่ยวให้ดี จะได้ประหยัดเวลา แถมได้กินเมนูเด็ดๆ ครบจุใจ หากยังไม่รู้ว่าจะจัดแพลนยังไงดี สามารถดู โปรแกรมเที่ยวฮ่องกง 3วัน 2คืน เที่ยวให้ครบ เก็บทุกแลนด์มาร์ค ไว้เป็นไอเดียกันก่อนจ้า

 

บอกให้เพื่อนของคุณทราบ